โรงเรียนสีเทา
โรงเรียน ถือเป็นแหล่งการศึกษาที่สำคัญของเยาวชน นอกจากจะสอนให้มีความรู้แล้ว ยังอบรมให้เติบโตเป็นคนดี มีความรับผิดชอบอีกด้วย น่าเสียดาย!…ที่เด็กและเยาวชนหลายคนต้องถูกให้ออกจากโรงเรียนด้วยเหตุผลต่างๆ เช่น เรียนไม่ดี เกเร ชอบชกต่อย หรือสร้างความวุ่นวายให้กับโรงเรียน ข้าพเจ้าเห็นด้วยกับการให้เด็กเหล่านี้ออกจากโรงเรียนที่เรียนอยู่ แต่ทำไมไม่จัดหาโรงเรียนในรูปแบบอื่น มารองรับเด็กเหล่านี้ เพื่อไม่ให้เขาเหล่านั้นกลายเป็นคนไร้ค่าและก่อปัญหาในอนาคต
วันก่อน ข้าพเจ้าได้ผ่าตัดคลอดให้กับเด็กหญิงอายุ 12 ขวบรายหนึ่งซึ่งมาโรงพยาบาลอย่างฉุกเฉินด้วยเรื่องเจ็บครรภ์คลอด ข้าพเจ้ารู้สึกสนใจกับความเป็นมาของเธอ เพราะในชีวิตของข้าพเจ้า เธอเป็นเด็กหญิงอายุน้อยสุดที่เคยทำคลอดให้
ด้วยความอยากรู้ ข้าพเจ้าจึงเริ่มศึกษาจากประวัติการฝากครรภ์ เป็นไปดังคาด!…. เธอตั้งครรภ์จากการถูกข่มขืน โดยวัยรุ่นชาย 4 คน เมื่อ 9 เดือนก่อน ตอนนั้นเธอเพิ่งเริ่มย่างสู่วัย 12 ขวบและยังไม่เคยมีประจำเดือน นั่นหมายถึง ไข่ใบแรกในชีวิตของเธอที่ตกออกมา ก็ได้รับการปฏิสนธิเลย นับว่า โชคร้ายจริงๆ
“ ตอนนี้เด็กอยู่กับใคร พ่อแม่ทำไมไม่มาด้วย ขณะนี้ยังเรียนหนังสืออยู่หรือเปล่า อยู่ชั้นไหน ทำไมจึงปล่อยให้การตั้งครรภ์ดำเนินมาจนถึงตอนนี้ได้? ” ข้าพเจ้าถามญาติที่มาส่ง ญาติที่มาส่งเป็นผู้หญิง 2 คน อายุราว 20และ25 ปี
ญาติคนพี่ตอบว่า “ พ่อแม่ของเด็กแยกทางกัน คุณย่าเป็นคนดูแลเด็ก ดิฉันและน้องสาวเป็นน้า พวกเราทุกคนอยู่กับย่า และอาศัยเงินเดือนจากย่าเป็นค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ น้องสาวและดิฉันทำงานขายของเล็กๆน้อยๆ จึงไม่มีเวลาช่วยดูแลหลาน หลานสาวคนนี้ถูกข่มขืนโดยเด็กหนุ่มแถวบ้าน 4 คน เธอไม่กล้าบอกกับใคร จนกระทั่ง ตั้งท้องได้ 7 เดือน ทุกคนจึงรู้และไปแจ้งความ เนื่องจากอายุครรภ์มากจึงไม่สามารถทำแท้งได้ หลานสาวได้ฝากครรภ์ที่นี่มาตลอด เธอเจ็บครรภ์เมื่อเช้า พวกเราเลยรีบพามา เออ! หนูอยากถามหมอหน่อยว่า ทำไมหมอเขาถึงไม่ยอมทำแท้งให้กับเด็ก ทั้งๆที่เด็กตั้งครรภ์จากการข่มขืน?”
“ โดยปกติ ถ้าผู้หญิงที่ถูกข่มขืนตั้งครรภ์ภายใน 3 เดือน การทำแท้งไม่น่าจะมีปัญหา แต่พออายุครรภ์เกิน 3 เดือนแต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ การทำแท้งเริ่มมีอันตรายต่อแม่มากขึ้น ต้องทำด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง หากคนไข้มาช้ามาก อายุครรภ์เกินกว่า 20 สัปดาห์ การทำแท้ง ยิ่งมีปัญหา และภาวะแทรกซ้อนมากขึ้น ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ บางที หมอคงไม่ทำแท้งให้ ดังเช่นกรณีของหลานสาวคุณซึ่งตั้งครรภ์ถึง 7 เดือน ” ข้าพเจ้าอธิบายเรื่องการทำแท้งให้ทราบพอสังเขปและถามว่า “ เด็กหนุ่มแถวบ้านที่มาข่มขืนเป็นใคร มาจากไหน? ทำไมถึงกล้าข่มขืนเด็กผู้หญิงอายุแค่ 12 ขวบ? พวกเขาถูกจับติดคุกหรือเปล่า? ” ข้าพเจ้าถาม ก็ด้วยความอยากรู้ ใจหนึ่งอยากให้วัยรุ่นเหล่านี้เข้าไปชดใช้กรรมในคุก แต่อีกใจหนึ่งรู้สึกสงสารพ่อแม่ของเด็กหนุ่มเหล่านั้น
“ วัยรุ่นพวกนั้นไม่ได้เรียนหนังสือ วันหนึ่งๆ เอาแต่เที่ยวเตร่ เกเร ลวนลามและหาโอกาสข่มขืนสาวๆ ผู้หญิงที่ถูกข่มขืน ไม่ค่อยมีใครไปแจ้งความ คงกลัวอาย กรณีของหลานสาว กว่าจะรู้ อายุครรภ์ก็มากแล้ว โชคดีอย่างหนึ่ง คือ ตำรวจจับวัยรุ่นที่ข่มขืนได้ทุกคน และขังคุกรอลงอาญาจากศาลอยู่ คาดว่า น่าจะอยู่ในสถานดัดสันดานประมาณ 10 ปีเป็นอย่างน้อย ” ญาติผู้น้องตอบบ้าง
“ ไม่รู้จะพูดยังไง ใครทำกรรมใด ก็ต้องได้รับกรรมนั้น ตามกฎแห่งกรรม ” ข้าพเจ้าพูดออกมาลอยๆและหันไปบอกกับญาติทั้งสองของเด็กหญิงผู้เสียหายว่า “ คงต้องผ่าตัดคลอดบุตรให้กับหลานสาว เพราะเป็นการตั้งครรภ์ของวัยรุ่น วัยรุ่นมักมีปัญหาเรื่องความร่วมมือในการคลอด ส่วนใหญ่ มักมีปัญหาตอนคลอดและหลังคลอด เช่น การคลอดเนิ่นนานหรือตกเลือดหลังคลอด เป็นต้น ซึ่ง..การใช้เครื่องมือใดๆกับวัยรุ่นยอมประสบปัญหาอย่างยิ่ง นี่เอง จึงเป็นที่มาของการตัดสินให้ผ่าตัดคลอดเมื่อครรภ์ครบกำหนด ” ข้าพเจ้าพยายามอธิบายถึงผลเสียของการปล่อยให้วัยรุ่นคลอดโดยวิธีธรรมชาติและเหตุผลการผ่าตัด.
“ แล้วแต่หมอ ขอให้ทั้งแม่และลูกปลอดภัยก็แล้วกัน ” ญาติเด็กหญิงตอบ
การผ่าตัดเป็นไปอย่างเรียบร้อย ทารกที่คลอดเป็นเพศหญิง น้ำหนักแรกเกิด 3 กิโลกรัม แข็งแรงดี ในระหว่างผ่าตัด ข้าพเจ้าได้พูดคุยกับพยาบาลห้องผ่าตัดว่า “ ปัญหาเด็กวัยรุ่นเลวๆของบ้านเรามีมากเหลือเกิน ส่วนหนึ่งก็เพราะถูกให้ออกจากโรงเรียน วัยรุ่นเหล่านี้วันหนึ่งๆไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน นอกจากหาเรื่องกับชาวบ้าน ระรานสาวๆที่เดินผ่าน รัฐบาลน่าจะตั้งโรงเรียนสำหรับเด็กเหลือขอเหล่านี้ เพื่ออบรมและสอนอาชีพทั่วๆไปให้ตามความเหมาะสม ที่สำคัญ คือ จัดให้มีเรียนรู้กระบวนการต่อสู้เชิงกีฬา เช่น ยูโด คาราเต้ เทกวนโด้ มวยไทย มวยสากล มวยปล้ำ รักบี้ อเมริกันฟุตบอล แม้แต่กีฬาเบาๆ ใครเกลียดใคร ก็ไปต่อสู้กันบนเวทีอย่างยุติธรรม บางทีกีฬาเหล่านี้จะช่วยให้วัยรุ่นเลวๆเอาพลังชั่วร้ายหรือสัญชาติญาณของสัตว์ออกมาต่อสู้กันอย่างปลอดภัย ภายใต้กฎกติกามารยาท สิ่งนี้น่าจะเป็นทางออกของบรรดาวัยรุ่นที่เลวๆทั้งหลาย รัฐบาลควรเอาเงินไปสร้างโรงเรียนดัดสันดานเช่นนี้ ย่อมจะดีกว่าเอาเงินไปสร้างคุก ซึ่งเป็นตราบาปติดตัวเด็กวัยรุ่นเลวๆพวกนี้ไปชั่วชีวิต ”
โรงเรียนที่พูดถึงนี้ ข้าพเจ้าอยากจะให้ชื่อว่า “ โรงเรียนสีเทา ” นักเรียนทุกคนควรเข้าเรียนฟรี จบแล้วบางส่วนก็ส่งไปทำงานเป็นทหารชายแดน คอยสู้รบปกป้องประเทศ บางส่วนส่งไปเป็นหน่วยอาสาสมัครต่อต้านผู้ก่อการร้าย หรือทำงานเสี่ยงตายที่ตัวเองชอบ
ใครที่จบจากโรงเรียนสีเทา ไม่ใช่ว่า จะต้องชอบความรุนแรงเสมอไป ข้าพเจ้า คิดว่า เมื่อเขาเหล่านั้นเติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น หลายคนคงจะคิดได้ว่า อะไรดี อะไรชั่ว และเลือกเดินในเส้นทางที่ถูกต้อง
ข้าพเจ้าได้ไปเยี่ยมเด็กหญิงคนดังกล่าว ได้เห็นเธอป้อนนมลูกด้วยความรักความเอาใจใส่เป็นอย่างดี ก่อนหน้านี้ เธอเคยเล่นตุ๊กตาคลายเหงา แต่ตอนนี้เธอได้สัมผัสลูกจริงๆแล้ว ความโกรธแค้นของเธอดูเหมือนจะผ่อนคลายลง ความสุขจากการเลี้ยงลูกได้ชดเชยความสูญเสียไปบางส่วน คงต้องรอเวลา จนกว่าบาดแผลทางจิตใจจะสมานและหายไป ขอให้เธอโชคดี
โลกทุกวันนี้ เด็กมีการเรียนรู้จากสื่อและสังคมภายนอกในทางที่ไม่ดีค่อนข้างมาก จึงมีแนวโน้มที่จะเป็นคนเลวอยู่แล้ว พ่อแม่หรือคนที่คอยอบรมขัดเกลานิสัยในวัยเด็ก มักไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับเด็กนานๆ ทำให้เด็กถูกชักจูงไปในทางที่ชั่วร้ายได้ง่าย สุภาษิตจีน กล่าวไว้ว่า “ นิสัยตอนอายุ 3 ขวบ บ่งบอกนิสัยในภายภาคหน้าถึงอายุ 80 ปี ” ข้าพเจ้าคิดว่า เป็นความจริง เด็กที่ได้รับการอบรม ขัดเกลาเป็นคนดี ภายภาคหน้าย่อมเป็นคนดี แต่ผ่านพ้นวัยเด็กเข้าสู่วัยรุ่นแล้ว ยังมีอุปนิสัยไม่ดี โรงเรียนก็ยังเป็นเป็นความหวังอยู่ หากขับไล่ให้วัยรุ่นเลว ๆ ออกจากโรงเรียน ใคร?..จะอบรมพวกเขา เราน่าจะมอบโอกาสแก่พวกเขา ด้วยการให้เรียนในโรงเรียนที่เหมาะกับนิสัยของพวกเขาเหล่านั้น แน่นอน!… ย่อมไม่ใช่โรงเรียนประเภทโรงเรียนสีขาว แต่เป็น “โรงเรียนสีเทา.”
&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&
พ.ต.อ. นพ. เสรี ธีรพงษ์ ผู้เขียน