Welcome to DrSeri's Clinic

งานเขียนที่ปรากฏใน drseri.com นี้ เป็นบทความ บทกวี ของคอลัมน์ต่างๆในนิตยสารหลายฉบับที่ข้าพเจ้าเขียนให้ช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา งานเขียนที่มากมายเหล่านี้อาจจะปรากฏมาก่อนในนิตยสารและหนังสือต่างๆของข้าพเจ้า แต่ข้าพเจ้าคิดว่า เรื่องราว บทกวีดังกล่าวน่าจะนำมาเผยแพร่ทางเครือข่ายอินเตอร์เนต เพราะหลายท่านยังไม่เคยได้สัมผัส แม้ว่า งานเขียนเหล่านี้จะไม่เคยส่งเข้าประกวดในองค์กรหรือสถาบันด้านภาษาใดๆมาก่อน ข้าพเจ้าก็เขียนอย่างตั้งใจด้วยความใส่ใจในเนื้อหา พิถีพิถันในภาษา รวมทั้งสอดแทรกบทกลอน บทกวีที่แต่งด้วยความระมัดระวังเพื่อให้ถูกต้องในเรื่องอักขระและรูปแบบ โดยหาได้ทอดทิ้งอารมณ์และความงามของภาษา อย่างไรก็ตาม งานเขียนเหล่านี้ย่อมมีความผิดพลาดอยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย ข้าพเจ้า ขอน้อมรับไว้และจะพยายามแก้ไขให้ถูกต้องต่อไป หากมีสิ่งใดที่ท่านผู้อ่านจะแนะนำ ติติง หรือขอให้แก้ไขอักขระ ภาษาที่ผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย โปรดส่งความคิดเห็นผ่านทาง contact / webboard


ชีวิตวันนี้ ณ ที่ทำงาน

                        ตัวใคร      ตัวมัน   สามัคคีกัน           เป็นกลุ่มย่อย

ทำตัว       เหมือนนกน้อย                       อ้าปากคอย          เหยื่ออาหาร

           ทำดี           ไม่ได้ดี               เจ้านายมี               หูพิการ

ชอบฟัง           แต่คำหวาน  ตาชั่งศาล                จึงลำเอียง

          ทุ่มเท        ก็เท่านั้น       การสร้างสรรค์      คือความเสี่ยง

ทำงาน             แค่พอเพียง     เลี่ยงลางร้าย              ที่ปลายทาง

ที่ทำงานของฉัน

                                                    

                 ที่นี่          คือที่ไหน                  ทำไม       จึงไม่คุ้น

         ภายนอก         ดูอบอุ่น                  ภายในวุ่น          วายเหลือเกิน

                 ที่นี่       มีชื่อเสียง                  นั่นเป็นเพียง           แค่ผิวเผิน

        หลงใหล         ไปเพลิดเพลิน                 ต้องเผชิญ      ความผิดหวัง

                 ที่นี่     คือความลวง                  ข้างในกลวง       และผุพัง

มีทุกข์พบธรรม

                                                   มีทุกข์ พบธรรม

                         ตัณหา  กาเม การเสสรวล              สิ่งยั่วยวน   ชวนเสน่ห์  ดูเก๋ไก๋

      ให้มนุษย์  ยึดติด  ชิดกับใจ   อย่างหลงใหล  ไม่แจ้ง   ในความจริง

                       พระท่านว่า ความทุกข์ มีหลายหลาก ล้วนดับยาก  จากเหตุ แห่งทุกสิ่ง

       อวิชชา   นำมาซึ่ง การพึ่งพิง   อันดียิ่ง ของกองทุกข์  ขลุกกับใจ

              ความเกิด  ความตาย และความแก่      ความพ่ายแพ้   พลัดพราก จากคนใกล้   

ทุกข์

                                     ความทุกข์

                   ความเอย   ความทุกข์                    มีทุกยุค   ทุกสมัย

 สลับสุข   ทุกคนไป      แต่ไร้     ซึ่งปรานี

                  อยู่เหนือ  กาลเวลา   ทรงคุณค่า  อย่างเต็มที่

 เปลี่ยนแปลง   ดุจนที       คือบทกวี   แห่งชีวิต

                  ทุกข์หทัย   ที่ระทม   เพราะใจจม  กับความคิด

 วุ่นวาย  ในดวงจิต    อันเป็นพิษ   และอิดโรย

                  จากการ  ครุ่นคำนึง  เฝ้านึกถึง     อย่างหิวโหย

บ้าน

                                                           บ้าน

          คำว่า “บ้าน” ลึกซึ้ง   ตรึงดวงจิต  หลอมความคิด    รวมใจ   ให้ความหวัง

ให้ความรัก   ความอบอุ่น   ให้พลัง   ให้กระทั่ง   เมื่อครั้ง  ยังวัยเยาว์

          ให้ความสุข  หรรษา  มีสีสัน  ให้ทุกวัน    สดใส   ไร้อับเฉา

ให้ลืมทุกข์   ที่ติดตาม  เหมือนดังเงา  หากบ้านเรา   ไม่ขาดใคร  ให้ร่ำลา

          บ้านขาดใคร   คนหนึ่ง  ซึ่งเรียก “พ่อ” ลูกคงรอ   เฝ้าแล   ชะแง้หา

โอ้อกเอ๋ย    เคยอบอุ่น   แต่ก่อนมา   ให้เอกา   เหวว้า   ดูน่ากลัว

คน

                                                       คน

         คำว่า‘คน’    คือปะปน จนแยกยาก    เกิดขึ้นจาก ตะกอน ที่นอนก้น

ฟุ้งกระจาย  แตกสลาย    ในสายชล   ดูสับสน    วุ่นวาย   คล้ายใจเรา

        อีกความหมาย  คือมนุษย์   สุดประเสริฐ  ที่ได้เกิด ด้วยกุศล ผลกรรมเก่า

ดลบันดาล   ผ่านจิต   นิมิตเอา     จุติเข้า  ในครรภ์  ของมารดา

         ที่ประเสริฐ  เพราะสามารถ  ฝึกฝนได้  เท่าดวงใจ ใฝ่ฝัน มุ่งมั่นหา

ขอแต่เพียง  พากเพียร  เรียนตำรา    ไม่เกินกว่า  ปัญญา  ฟ้าประทาน

ต้นหญ้า

                                                          ต้นหญ้า

                      ต้นหญ้า    นั้นเติบใหญ่              ด้วยอาศัย   พึ่งตนเอง 

       หวิดหวิว  เป็นเสียงเพลง   ร้องบรรเลง    ยามต้องลม

                      ท่วงท่า  น่าเป็นสุข  ลืมความทุกข์  ไร้ระทม

        ราบเรียบ  เปรียบคำคม   ดั่งอารมณ์  ของกวี   

                     ต้นหญ้า   นั้นต่ำต้อย   คุณค่าน้อย    ด้อยศักดิ์ศรี

       สืบสาน  เป็นล้านปี   เพราะคงที่   มีจรรยา

                     รูปร่าง   ก็ต่ำเตี้ย   เคล้าคลอเคลีย  พสุธา