“18 ปี แห่งความหลัง”

มีสตรีนางหนึ่ง เขียนจดหมายมาลงหนังสือพิมพ์วิงวอนคนขับรถทุกคน ขออย่า กินเหล้า
ในขณะขับขี่ เนื้อความที่เขียนเรียบง่าย แต่ความหมายสะเทือนใจยิ่งนัก
18 ปีก่อน ลูกชายคนเดียวของเธอ ยืนรอรถเมล์บนทางเท้าที่ป้ายรถประจำทางแห่ง
หนึ่ง วันนั้นเป็นวันที่ฝนตกหนัก ถนนลื่นมาก รถราส่วนใหญ่ขับไม่เร็ว แต่มีรถเก๋งคนหนึ่งขับเร็วและ
ส่ายไปมาอย่างบ้าคลั่ง คล้ายดั่ง ม้าป่าที่มีสารถีไม่มีสติควบขี่มันอยู่
วันนั้น คนขับรถคงเมามาก จึงควบคุมรถไม่ได้ ปล่อยให้รถไต่ขอบทางเท้าขึ้นมา และ
พุ่งชนลูกชายของเธออย่างแรง ศีรษะฟาดพื้น สลบไป แต่ส่วนอื่น ๆ ของร่างกายปรากฏร่องรอย
ของการบาดเจ็บไม่มาก ฝูงชนที่มุงดูต่างช่วยเหลือคนละไม้คนละมือ หอบหิ้วผู้บาดเจ็บนำส่ง
โรงพยาบาลใกล้ที่สุด
เมื่อร่างของคนไข้ถึงห้องฉุกเฉิน บรรดาหมอและพยาบาลต่างกุลีกุจอ ใส่ท่อหายใจ
และปั๊มหัวใจช่วยชีวิตเบื้องต้น ขณะเดียวกันได้ติดต่อมายังทางบ้าน แจ้งข่าวร้ายให้ทราบ
แม่ของคนไข้ยกมือท่วมหัวไหว้ฟ้าดิน และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย \”ข้ามีลูกชายคนเดียว
รักดั่งดวงใจ ขอมัจจุราชอย่าเพิ่งนำร่างเขาไป ขอพระเจ้าช่วยให้เขามีชีวิตอยู่เถิด ข้าไม่ขอ
สิ่งใดมากกว่านี้ ขอเพียงให้เขามีชีวิต หายใจได้ก็พอแล้ว\” เธอพูดซ้ำ ๆ ซาก ๆ อยู่อย่างนี้เป็น
เวลานาน
ร่างของลูกชาย ถูกนำออกจากห้องผ่าตัด ภายหลังจากผ่าตัดเอาเลือดที่คั่งในสมอง
ออกแล้ว ร่างของลูกอยู่ในสภาพคล้ายคนไม่มีวิญญาณ ไม่มีการเคลื่อนไหว นอกจากหายใจตาม
จังหวะของเครื่องช่วยหายใจ ตัวเย็นชืด มีสิ่งเดียวที่บ่งบอกว่า ยังมีชีวิตอยู่ คือ \”ชีพจรเต้น\”
ล่วงมา 2-3 วัน เริ่มมีความหวังว่า ลูกจะฟื้นคืนสติ เพราะเขาตอบสนองต่อสิ่งเร้า
ภายนอกบ้างแล้ว มีอาการสะอึกและเริ่มหายใจได้เองเป็นครั้งคราว
เมื่อเวลาผ่านไปหลายวัน ความหวังที่จะฟื้นกลับคืนมาเหมือนเดิม ค่อย ๆ หมดไป แต่
ความหวังที่จะให้มีชีวิตอยู่ ดูจะใกล้ความจริงเข้าไปทุกที เพราะลูกชายหายใจเองได้มากขึ้น การ
ตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกยังคงเหมือนเดิม คือ ตอบสนองอย่างไม่มีจุดหมาย
ในที่สุด คำขอพรจากพระเจ้า ก็เป็นจริง ลูกชายของเธอหายใจได้เองแล้ว ไม่ต้อง
อาศัยเครื่องช่วยหายใจอีกต่อไป เขามีชีวิต แต่เป็น \”เจ้าชายนิทรา\”
ลูกชายไม่ตาย แต่กลายเป็น \”ผัก\” แม่และพ่อเฝ้าดูแลทุกวันคืน ทั้งยามหลับและยาม
ตื่น กลัวลูกจะหนาวหรือร้อนเกินไป ห่มผ้าห่มให้ยามอากาศเย็น เช็ดตัวให้ยามอากาศอบอ้าว 18
ปี ที่พ่อแม่ไม่เคยไปไหน, ไม่เคยไปเที่ยวหรือเยี่ยมใครไกล ๆ, ไม่เคยเถลไถล,จะออกจากบ้าน
เมื่อมีธุระจำเป็นจริง ๆ เท่านั้น พ่อกับแม่ผลัดกันดูแล ผลัดกันพักผ่อน เป็นเช่นนี้ 18 ปี
กิจวัตรประจำวัน ช่างเป็นเรื่องง่าย ๆ แต่น่าเบื่อหน่าย หากต้องทำติดต่อกันนาน ๆ
ทุกวัน กิจกรรมไม่มีอะไรมาก เพียงแค่ นั่งเฝ้า,คุยและเล่าเรื่องราวที่อยากเล่า,ป้อนข้าวและน้ำ
ทางสายยาง,นวดเฟ้นกล้ามเนื้อแขนขาเพื่อไม่ให้ลีบฝ่อ,เช็ดตัว,นำอุจจาระปัสสาวะไปทิ้ง ทุกสิ่ง
ทุกอย่างที่กล่าวมาไม่ใช่เรื่องยาก แต่ถ้าไม่ใช่พ่อแม่ ใครล่ะ…จะลำบากอดทนทำได้ทุกวัน เป็น
เวลานาน 18 ปี ตราบจนทุกวันนี้ก็ยังทำอยู่
ที่เขียนจดหมายมานั้น ไม่ได้มีเจตนาจะโทษหรือโกรธใคร เพียงแต่อยากจะเตือนสติ
ว่า \”กินเหล้า ขออย่าขับรถและถ้าจะขับรถ ขออย่ากินเหล้า\” เพราะนอกจากคนขับรถอาจจะ
ติดคุกแล้ว ยังอาจทำให้พ่อแม่ของเด็กคนอื่น ๆ มีสภาพเช่นเดียวกับครอบครัวเธอ \”คนแก่ ๆ 2
คน ตายาย ผมหงอกขาวโพลน ดูแลร่างเด็กน้อยที่มีชีวิตแต่ไร้วิญญาณนาน 18 ปี ที่สำคัญ มันเป็น
สิ่งที่ทุกข์ทรมานใจเกินกว่าที่ใครจะเข้าใจได้\” เธอเขียนจดหมายมามีจุดประสงค์เพียงแค่นี้ และ
ไม่ได้ลงชื่อเสียงเรียงนาม เพื่อเรียกร้องความสนใจ หรือขอความช่วยเหลือแต่ประการใด

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
พ.ต.อ. นพ.เสรี ธีรพงษ์ ผู้เขียน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น