“อิ๊กซี่ 1”

\”อิ๊กซี่\” ชื่อนี้ คล้ายกับเป็นชื่อเล่นของเด็กเล็ก เพราะเป็นชื่อที่ไพเราะเสนาะหู
ฟังดูน่ารัก สั้นและจำได้ง่าย
ความจริง \”อิ๊กซี่\” (ICSI) เป็นชื่อที่ย่อมาจาก คำว่า INTRACYTOPLASMIC SPERM
INJECTION (คำแปล : การฉีดหรือเจาะใส่ \”ตัวอสุจิ\” เข้าไปในเนื้อของเซลล์ \”ไข่\”)
คำถาม คือว่า ทำไมนักวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงคิดใช้วิธีพิสดารเช่นนี้ ในการรักษา
คนไข้มีลูกยาก
ที่เป็นเช่นนี้ เพราะว่า สาเหตุของภาวะมีบุตรยากที่เกิดจากผู้ชาย แต่เดิมมานั้นยังให้
การรักษาได้ผลน้อยมาก ไม่ว่าจะทำ \”กี๊ฟ\” หรือ \”เด็กหลอดแก้ว\” วิธีดั่งเดิมก็ตาม
การแก้ปัญหาภาวะมีบุตรยากจากฝ่ายชาย โดยใช้เทคโนโลยี่วิธีใหม่ล่าสุด \”อิ๊กซี่\” นี้
ช่วยแก้ปัญหาได้มาก จนแทบจะหมดไปเลยทีเดียว เพราะสามารถแก้ปัญหาได้ทั้งกรณี จำนวน
\”เชื้ออสุจิ\” น้อย การเคลื่อนไหวของ \”ตัวอสุจิ\” ไม่ดี หรือแม้หยุดนิ่งอยู่กับที่ รวมทั้ง รูปร่างของ
\”ตัวอสุจิ\” พิกลพิการ ผิดรูป ผิดร่าง ขอเพียงแต่ให้มีชีวิตอยู่ เท่านั้น
ยิ่งกว่านั้น ในกรณี ไม่มี \”เชื้ออสุจิ\” ในน้ำอสุจิที่หลั่งออกมา หากสามารถเข้าไป
ควานหา \”ตัวอสุจิ\” ที่อัณฑะได้ ก็ยังรักษาให้คู่สามีภรรยามีลูกสมบูรณ์ได้ เหมือนคนปกติโดยทั่วไป
เมื่อแรกศักราชของการรักษา โดยใช้วิธีเจาะ \”ไข่\” ใส่ \”ตัวอสุจิ\” เข้าไป
(MICROMANIPULATION อ่านว่า \”ไมโครแมนิพิวเลชั่น\”) ยังไม่ค่อยมีใครกล้าใช้ \”ตัวอ่อน\” ที่
เกิดจากการเจาะใส่ \”ตัวอสุจิ\” เข้าไปในเนื้อไข่โดยตรง (ICSI) คงเริ่มต้นรักษาด้วยการใช้
\”ตัวอ่อน\” ที่เกิดจาก การเจาะเฉพาะเปลือกไข่ (ZONA PELLUCIDA) แล้วใส่ \”เชื้ออสุจิ\” ไว้
รอบ ๆ ให้ว่ายเข้าไปปฏิสนธิเอง ที่เรียกว่า ZONA DRILLING ซึ่ง GORDON & TALANSKY
ทำวิจัยในหนูเพื่อแก้ปัญหา \”เชื้ออ่อน\” ในคนได้สำเร็จ และรายงานไว้ในปี ค.ศ.1986 (พ.ศ.
2529) วิธีนี้ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงกรรมวิธีเจาะเปลือกไข่จากการใช้ กรดเป็นหลอดแก้วเล็ก ๆ
ปลายแหลม และเรียกใหม่ว่า \”PZD\” (PARTIAL ZONA DISSECTION ORZONA CUTTING)
ซึ่ง MALTER & COHEN ทำสำเร็จเป็นครั้งแรกและรายงานไว้ในปี ค.ศ.1989 (พ.ศ.2532)
ต่อมามีการพัฒนาวิธีการทำโดย เจาะเปลือกไข่ (ZONA PELLUCIDA) แล้วใส่
\”ตัวอสุจิ\” เข้าไปไว้ ข้างใต้เปลือกไข่ (SUBZONA) แต่ไม่ได้ใส่ทะลุเข้าไปในเนื้อของ \”ไข่\”
(OOPLASM) เรียกว่า \”ซูซี่\” (SUZI ย่อมาจาก SUBZONAL SPERM INJECTION Ng และ
คณะทำสำเร็จและได้ลูก \”ซูซี่\” คนแรก เมื่อปี ค.ศ.1990 (พ.ศ.2533)
แต่ปัญหาที่เกิดตามมา ไม่ว่าจะเป็นวิธี \”PZD\” หรือ \”SUZI\” คือ มี \”ตัวอ่อน\”
จำนวนหนึ่งพอสมควรทีเดียว ที่มีการปฏิสนธิผิดปกติ คือ มีอสุจิเข้าไปปฏิสนธิมากกว่า 1 ตัว
(POLYSPERMY) เนื่องจากวิธีการดังกล่าว จะใส่ \”ตัวอสุจิ\” เข้าไปในตำแหน่งที่ต้องการหลาย
ตัว (ประมาณ 5 ตัว ต่อไข่ 1 ใบ) โดยหวังว่า จะมี \”อสุจิ\” ว่ายเข้าไปปฏิสนธิเองเพียงตัว
เดียว \”ตัวอ่อน\” ที่ผิดปกติเหล่านี้ ห้ามนำกลับเข้าสู่ร่างกายคนไข้สตรี เพราะ หากตั้งครรภ์ขึ้น
ก็จะไม่ได้ทารกตามต้องการ แต่จะได้ทารกที่ผิดปกติ และแท้งออกมาในที่สุด
เมื่อเป็นเช่นนี้ ในปี ค.ศ.1992 (พ.ศ.2535) PALERMO และคณะได้ทำการทดลอง
ค้นคว้าจนสามารถแก้ปัญหานี้ได้สำเร็จ และได้ลูก \”อิ๊กซี่\” คนแรก ซึ่งมีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง
ปราศจากความพิการใด ๆ หลังจากนั้น เทคโนโลยี่ \”อิ๊กซี่\” นี้ ได้แพร่ระบาดไปยังทั่วทุกมุมโลก
อย่างรวดเร็ว
สำหรับในประเทศไทย ลูก \”อิ๊กซี่\” คนแรก ได้ถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อปี ค.ศ.1995
(พ.ศ.2538) ที่โรงพยาบาล วิชัยยุทธ และต่อมาก็มีหนูน้อย \”อิ๊กซี่\” เกิดตามมาอีกเป็นจำนวนมาก
จากสถาบันต่าง ๆ
ปัจจุบันนี้ เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า \”อิ๊กซี่\” แก้ปัญหา \”เชื้ออ่อนมาก\” ในผู้ชายได้ เป็น
อย่างดี จนไม่มีใครหวนกลับไปใช้วิธี \”SUZI\” หรือ \”PZD\” อีกต่อไปแล้ว

อุปกรณ์ ที่ใช้ในเจาะ \”ไข่\” ใส่ \”ตัวอสุจิ\” นี้ เรียกว่า MICROMANIPULATORS
ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 2 ส่วน คือ
1. กล้องจุลทรรศน์ (INVERTED MICROSCOPE) ที่มีกำลังขยาย 400 เท่า
2. หลอดแก้วเล็ก ๆ (PIPETS) ซึ่งถูกควบคุมการเคลื่อนไหวด้วยระบบไฮโดรลิก
สามมิติ (THREE DIMENSIONAL HYDRAULIC REMOTE-CONTROL MICROMANIPULATORS)
หลอดแก้วด้านหนึ่งจะมีปลายทู่ ทำหน้าที่จับยึดไข่ (HOLDING PIPET)
หลอดแก้วอีกด้านหนึ่ง ปลายเรียวแหลมเล็กมาก ใช้สำหรับเจาะ \”ไข่\” ใส่ \”ตัวอสุจิ\”
เข้าไปเพียงหนึ่งตัว
หลักเกณฑ์หรือข้อบ่งชี้ ที่จะใช้รักษาด้วยวิธีนี้ คือ
1. \”เชื้ออสุจิ\” มีความผิดปกติอย่างมาก (SEVERE MALE FACTOR) ได้แก่
1.1 จำนวน \”ตัวอสุจิ\” ที่ว่ายหรือเคลื่อนไหวไปข้างหน้าอย่างปกติได้ มีน้อยกว่า
500,000 ตัว ในน้ำอสุจิที่หลั่งออกมาแต่ละครั้ง
1.2 จำนวน \”ตัวอสุจิ\” ที่ได้จากการตรวจ (SEMEN ANALYSIS) มีน้อยกว่า
2 ล้านตัว ต่อมิลลิลิตร
1.3 การเคลื่อนไหวของ \”เชื้ออสุจิ\” ไม่มีเลย
1.4 รูปร่างของ \”ตัวอสุจิ\” ผิดปกติทั้งหมด (ABSOLUTE TERATOZOOSPERMIA)
2. มีความผิดปกติเรื่องภูมิต้านทาน เช่น มีภาวะภูมิต้านทานต่อต้าน \”ตัวอสุจิ\”
(SPERM ANTIBODIES)
3. มีโรคที่เป็นปัญหาทำให้ \”เชื้ออสุจิ\” ไม่เคลื่อนไหวไปข้างหน้า เนื่องจากมีความ
ผิดปกติที่ส่วนหาง (KATHAGENER’S SYNDROME)
4. ภาวะผิดปกติที่มีการหลั่งของ \”น้ำอสุจิ\” แล้ว \”เชื้ออสุจิ\” ไหลย้อนกลับเข้าไปใน
กระเพาะปัสสาวะ (RETROGRADE EJACULATION)
5. เคยรักษาด้วยวิธีการทำ \”เด็กหลอดแก้ว\” (CONVENTIONAL IVF) หรือ ทำ
\”เด็กหลอดแก้ว\” ร่วมกับ \”PZD\” หรือ \”SUZI\” มาก่อนแล้ว ไม่มีการปฏิสนธิเกิดขึ้น (PREVIOUS
FAILED FERTILIZATION) จากสถาบันใดก็ตาม
ขั้นตอนในการทำ \”อิ๊กซี่\”
3.1การคัดเลือกผู้ป่วย คู่สามีภรรยาที่จะมารักษาต้องมี \”ข้อบ่งชี้\” ดังกล่าว
ข้างต้นเท่านั้น จึงจะคุ้มค่ากับการทำ
3.2 การกระตุ้น \”ไข่\” โดยใช้ฮอร์โมนหรือยาฉีดกระตุ้น เพื่อให้ได้ \”ไข่\”
หลาย ๆ ใบ เราต้องติดตามดูการเจริญเติบโตของ \”ไข่\” เป็นระยะ ๆ ด้วยการดูอัลตราซาวน์
และเจาะเลือดตรวจฮอร์โมนที่ \”ไข่\” สร้างขึ้น
เมื่อได้ \”ไข่\” ที่มีขนาดเหมาะสมและฮอร์โมนอยู่ในเกณฑ์พอเหมาะ เราจะกระตุ้นให้
\”ไข่\” เปลี่ยนแปลงคุณสมบัติภายในครั้งสุดท้าย เพื่อให้เหมาะแก่การปฏิสนธิ แล้วจึงเจาะเก็บ
\”ไข่\” ที่สุก เหล่านั้นออกมา
3.3 การเก็บ \”ไข่\” ใช้เข็มยาวที่ทำขึ้นโดยเฉพาะเจาะผ่านผนังช่องคลอด
โดยมีอัลตราซาวน์ช่วยชี้นำ การเจาะ \”ไข่\” ผ่านทางผนังช่องคลอดนี้ ทำให้ได้ \”ไข่\” จำนวน
มากถึงร้อยละ 90 ของทั้งหมด
3.4 การคัดเลือก \”ไข่\” \”ไข่\” ที่จะนำมาใช้ในขบวนการนี้ ต้องเป็น
\”ไข่\” ที่สุกเต็มที่ (ระยะ METAPHASE II หรือ MII) เท่านั้น สำหรับ \”ไข่\” ที่ยังสุกไม่เต็มที่
จำเป็นต้องเลี้ยงในตู้อบต่อไป จนกว่าจะสุก แล้วจึงนำมาทำ แต่ \”ไข่\” ที่สุกช้าเหล่านี้ มักนำมา
ทำ \”อิ๊กซี่\” ไม่ค่อยได้ผล
3.5 การเตรียม \”เชื้ออสุจิ\” \”เชื้ออสุจิ\” ที่นำมาใช้ในการทำ \”อิ๊กซี่\”
แม้จะมีน้อยแต่ต้องผ่านกระบวนการ \”คัดเชื้อ\” ก่อน เพื่อให้ได้ \”ตัวอสุจิ\” ที่มีคุณสมบัติพร้อมจะ
ปฏิสนธิได้เลยทันที
3.6 การเจาะ \”ไข่\” ใส่ \”ตัวอสุจิ\” \”ไข่\” ที่สุกเต็มที่ (ระยะ MII) จะ
ถูกนำมา เจาะใส่ \”ตัวอสุจิ\” ภายใน 4 ชั่วโมงภายหลังจากที่เก็บ \”ไข่\” ได้ สำหรับ \”ไข่\” ที่
ยังสุกไม่เต็มที่ (ระยะ METAPHASE I) จะต้องรอประมาณ 4-8 ชั่วโมง ถ้า \”ไข่\” สุกขึ้นมา
ก็สามารถนำมาเจาะใส่ \”ตัวอสุจิ\” ได้
\”ไข่\” ที่ถูกเจาะใส่ \”ตัวอสุจิ\” จะต้องเลี้ยงต่อในตู้อบอุณหภูมิ 37 องศา
เซ็นติเกรดเป็นเวลา 16-18 ชั่วโมง จึงจะมาดูว่า มีการปฏิสนธิเป็น \”ตัวอ่อน\” เกิดขึ้นหรือ
เปล่า หากมีการปฏิสนธิเกิดขึ้น ก็ต้องมาพิจารณาดูว่า จะนำกลับเข้าสู่ร่างกายสตรีทางปากมดลูก
หรือปีกมดลูก
3.7 การนำ \”ตัวอ่อน\” กลับเข้าสู่ร่างกายสตรี ถ้านำกลับเข้าสู่ร่างกายสตรี
ทางปีกมดลูก เราจะใช้ \”ตัวอ่อน\” อายุประมาณ 16-18 ชั่วโมง แต่ถ้านำกลับเข้าสู่ร่างกาย
ทางปากมดลูก เราจะใช้ \”ตัวอ่อน\” อายุประมาณ 42-44 ชั่วโมง (หลังเจาะใส่ \”ตัวอสุจิ\”)

การดูแลภายหลัง หยอด \”ตัวอ่อน\” กลับเข้าสู่ร่างกายสตรี
คนไข้สตรี จะได้รับการฉีดฮอร์โมน เพื่อเสริมสร้างการทำงานของรังไข่ให้ดีขึ้น และ
คงสภาพของเยื่อบุโพรงมดลูกให้เหมาะสมต่อไป จนกว่าจะตรวจสอบว่า ตั้งครรภ์หรือไม่ ในวันที่
13 ภายหลังจากหยอด \”ตัวอ่อน\”
หากพบว่า \”ตั้งครรภ์\” ก็จะนำมาทำอัลตราซาวน์ทางช่องคลอดเมื่ออายุครรภ์ 6
สัปดาห์ เพื่อดูว่า \”ตัวอ่อน\” ฝังตัวในโพรงมดลูกหรือเปล่า,ตั้งครรภ์จำนวนเท่าไร
เมื่ออายุครรภ์ 8 สัปดาห์ จะทำการตรวจอัลตราซาวน์ซ้ำอีกครั้ง หากพบว่ามีการเต้น
ของหัวใจทารก นั่นแสดงว่า การตั้งครรภ์ครั้งนี้มีโอกาสแท้งน้อยมาก โอกาสที่จะตั้งครรภ์ไปจน
กระทั่งคลอดสูงมาก
ภาวะแทรกซ้อน เหมือนกับการทำ \”กี๊ฟ\” หรือ \”เด็กหลอดแก้ว\” ทั่ว ๆ ไป อันได้แก่
ภาวะแทรกซ้อนจากการดมยา, การกระตุ้นไข่ที่มากเกินไป, ท้องนอกมดลูก, ครรภ์แฝดและอื่น ๆ
จากการเจาะท้องหรือเจาะผนังช่องคลอด แต่ภาวะความพิการของทารกไม่มากไปกว่า การตั้ง
ครรภ์โดยธรรมชาติ
คู่สามีภรรยาจำนวนมาก ที่เคยรักษาภาวะมีลูกยากไม่ได้ผล หากลองมองย้อนกลับไป
จะพบว่า ส่วนหนึ่งของสาเหตุแห่งความล้มเหลว เกิดจากภาวะ \”เชื้ออ่อนมาก\” ของฝ่ายชาย มา
ถึงตอนนี้ ยังถือว่า ไม่สายเกินไปที่จะเริ่มต้นรักษาใหม่ ด้วยการทำ \”อิ๊กซี่\” ซึ่งให้ผลสำเร็จได้ลูก
กลับไปถึงร้อยละ 30-40 ในขณะที่แต่เดิมมา มีความหวังไม่ถึงร้อยละ 5
\”อิ๊กซี่\” ไม่ใช่มีความหมายไพเราะเฉพาะชื่อ แต่มีคุณประโยชน์อย่างแท้จริงกับปัญหาที่
ยากยิ่งของแต่ก่อน คือ ปัญหาผู้ชาย \”เชื้ออ่อน\” หรือเป็นหมัน ขอเพียงแต่ให้มี \”อสุจิ\” อยู่ใน
ร่างกายและค้นหามาได้เท่านั้น ความฝันที่จะมีลูก \”อิ๊กซี่\” ย่อมเป็นจริงได้อย่างแน่นอน

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

พ.ต.อ. นพ.เสรี ธีรพงษ์ ผู้เขียน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น