ทารกท้องบาตร (HYDROP FETALIS)

\”คุณมีลูกพิการและครรภ์เป็นพิษในเวลาเดียวกัน นอกจากนั้นยังมีภาวะแทรกซ้อนขั้น
รุนแรงด้วย คือ \”ไตรั่ว\” หมายถึง ไตไม่สามารถเก็บรักษาโปรตีนไว้ในร่างกายได้ ซึ่งทำให้
ตรวจพบ โปรตีนในปัสสาวะจำนวนมาก ถ้าไม่รีบผ่าตัดเอาเด็กออก ไตของคุณจะเสียได้\”
ข้าพเจ้าพูดภาษาชาวบ้านอธิบายให้คนไข้รายหนึ่งฟัง
คนไข้สตรีรายนี้ อายุ 23 ปี ตั้งครรภ์แรก ฝากครรภ์ที่คลินิกแห่งหนึ่ง ระหว่างที่ฝาก
ครรภ์ พบว่า มดลูกโตช้ากว่าปรกติเมื่อเทียบกับอายุครรภ์ แต่ไม่พบความผิดปรกติอื่นใด จนกระทั่ง
อายุครรภ์ได้ 34 สัปดาห์ จึงเกิดปัญหา คือ ร่างกายมีอาการบวมตามแขนขาหน้าตา ความดัน
โลหิตเพิ่มสูงขึ้นจากเดิม 100/80 เป็น 150/100 มิลลิเมตรปรอท ที่สำคัญ คือ \”ไต\” ของคนไข้
ทำงานเสื่อมลงอย่างมาก ไตไม่สามารถกรองเก็บโปรตีน ซึ่งเป็นสารสำคัญของร่างกายเอาไว้ได้
โปรตีนจึงรั่วออกมาในปัสสาวะจำนวนมาก สูติแพทย์ที่คลินิกแห่งนั้น ยังตรวจพบว่า ทารกมีความผิด
ปรกติอีกต่างหาก จึงรีบส่งตัวมารับการรักษาต่อในโรงพยาบาลของรัฐ
คนไข้สตรีรายนี้ เลือกที่จะมาโรงพยาบาลตำรวจ เผอิญมาในเวรที่ข้าพเจ้าออก
ตรวจ ข้าพเจ้าเห็นว่า หากปล่อยทิ้งไว้เนิ่นนานกว่านี้ ไตของคนไข้อาจจะเสียหายมากจนยากจะ
พื้นคืนสภาพเดิมได้ จึงตัดสินใจทำการผ่าตัดคลอดให้ทันที ก่อนทำการผ่าตัด ได้บอกกับคนไข้ว่า
\”ทารกที่คลอดออกมา คงไม่รอดแน่ แต่ที่จำเป็นต้องผ่าตัด เพราะว่า จะรักษาชีวิตแม่ และป้องกัน
ไม่ให้ไตเสียหายถาวร\”
คนไข้ยังมีความสงสัยอยู่ในใจ จึงได้ถามว่า \”หากจะปล่อยให้การตั้งครรภ์เนิ่นนาน
ออกไปอีกสัก 1-2 สัปดาห์ ลูกของดิฉันจะมีโอกาสรอดชีวิตหรือไม่\”
\”คุณมัวแต่เป็นห่วงลูกอยู่นั่นแหละ คุณน่าจะเป็นห่วงตัวเอง เพราะยังไง ๆ ลูกของ
คุณไม่มีโอกาสรอดอยู่แล้ว ไม่ว่าระยะเวลาคลอดจะเลื่อนห่างออกไปนานสักเท่าใด แต่…ตรงกัน
ข้าม ยิ่งการตั้งครรภ์สิ้นสุดเร็วเท่าไร ร่างกายของคุณยิ่งกลับฟื้นคืนสู่สภาวะปรกติเร็วเท่านั้น\”
ข้าพเจ้าอธิบายถึงผลดีผลเสียของการเลื่อนระยะเวลาคลอดออกไปให้ฟัง
เมื่อคนไข้ทราบถึงความเป็นไปของโรคอย่างนี้แล้ว เธอจึงไม่รั้งรอที่จะขอเข้ารับ
การผ่าตัดคลอดทันที
ภายในห้องผ่าตัด พอคลอดเด็กออกมา พยาบาลร้องบอกว่า \”โอ้โห!…ทำไม
ทารกรูปร่างหน้าตาน่าเกลียดจัง ท้องใหญ่อย่างกับบาตรพระ เนื้อตัวบวมน้ำเปื่อยยุ่ยไปหมด พิการ
แบบนี้คงมีชีวิตอยู่ได้ไม่กี่นาที\” ถัดจากนั้น ข้าพเจ้าได้ล้วงรกออกมา ปรากฏว่า รกของเด็กมี
ลักษณะบวมน้ำเช่นกัน ขนาดใหญ่และน้ำหนักมากกว่าทารกเสียอีก เด็กหนัก 1080 กรัม ส่วนรก
หนักถึง 1300 กรัม
ปัญหาของคนไข้รายนี้อีกอย่างหนึ่ง คือ มีการตกเลือดหลังคลอด แต่ด้วยการเตรียม
พร้อมอย่างดี ทำให้ปัญหาอันนี้ไม่รุนแรงจนถึงขั้นเป็นอันตราย
วันหนึ่ง เมื่อคนไข้อยู่ในสภาพแข็งแรงดี เธอถามข้าพเจ้าว่า \”ดิฉันอยากรู้จริง ๆ
เลยว่า สาเหตุของทารกพิการท้องบาตรคืออะไร และการตั้งครรภ์ครั้งต่อไปจะเกิดภาวะเช่นนี้ขึ้น
อีกหรือไม่\”
\”ช่างเป็นคำถามที่ตอบยากจริง ๆ สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะทารกท้องบาตรนั้น มี
มากมาย แต่แบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ กลุ่มแรก เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันร่างกายของทารก
(IMMUNE HYDROPS) ภูมิต้านทานนี้ จะสร้างในกระแสเลือดแม่ และแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือด
ลูก ยังผลให้เกิดการแตกของเม็ดเลือดในลูกและลูกมีภาวะโลหิตจาง อีกกลุ่มหนึ่ง ไม่เกี่ยวข้อง
กับระบบภูมิคุ้มกันร่างกายของทารก (NON-IMMUNE HYDROPS) แต่จะเกี่ยวพันกับโรคบางชนิดใน
มารดา เช่น ภาวะโลหิตจาง,โรคเบาหวาน หรือ กามโรคชนิดซิฟิลิส เป็นต้น
ไม่ว่าจะมีสาเหตุจากอะไร พยาธิสภาพของทารกจะเกิดขึ้นเหมือนกัน คือ ภาวะ
โลหิตจางอย่างมาก จากการที่เม็ดเลือดแดงแตก (HEMOLYSIS) ผลที่ตามมา คือ ทารกเกิด
ภาวะหัวใจล้มเหลว ผลสุดท้าย จึงปรากฏเป็นทารกพิการอย่างที่ทราบ\” ข้าพเจ้าอธิบายเสีย
ยืดยาวไม่รู้ว่าคนไข้จะรู้เรื่องหรือเปล่า สุดท้าย จึงสรุปรวมความว่า \”สาเหตุมีมากมายจนไม่
จำเป็นต้องจดจำ แต่หากแม่มีโรคประจำตัวอะไรที่พอจะแก้ไขได้ เราต้องรีบแก้ไขรักษา เพื่อ
โอกาสข้างหน้าจะได้ไม่เกิดภาวะเช่นนี้ซ้ำ ส่วนการรักษาทารกขณะอยู่ในครรภ์ของเมืองไทยเรา
คงไม่ต้องบอกนะว่า ทำไม่ได้ สิ่งหนึ่งที่อยากจะเตือนเอาไว้ คือ ภาวะนี้ มีผลต่อมารดา คือ
เพิ่มอุบัติการของการเกิดครรภ์เป็นพิษ ซึ่งทำให้ชีวิตของแม่ไม่ปลอดภัย และการแก้ไขที่สำคัญ คือ
เอาเด็กออกให้เร็วที่สุด ทางไหนก็ได้ คลอดเองหรือผ่าตัดเอาออกทางหน้าท้อง แล้วแต่ความ
เหมาะสม อย่างกรณีของคุณ มีภาวะแทรกซ้อน คือ โปรตีนรั่วออกมาจากไตอย่างมาก ทิ้งไว้นาน
ไตจะเสีย จึงรีบผ่าตัดคลอดให้ เดี๋ยวนี้ผลการตรวจปัสสาวะของคุณ ปรกติแล้ว เห็นไหมว่า ให้
ผลทันตาในเวลาที่รวดเร็วมาก\”
นี่คือ คำอธิบายก่อนที่คนไข้จะออกจากโรงพยาบาลไป เธอจะสบายใจหรือไม่ ไม่มี
ใครทราบ แต่ที่แน่ ๆ เธอคงดีใจที่ปลอดภัย และการทำงานของไตกลับมาเป็นปกติ
ส่วนที่ว่า จะเกิดภาวะเช่นนี้ (ทารกท้องบาตร) ในครรภ์ต่อไปหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่า
สาเหตุได้รับการกำจัดแล้วหรือยัง สำหรับกรณีที่ไม่ทราบสาเหตุแน่นอน อย่างเช่นกรณีของคนไข้
รายนี้ คงจะต้องยอมรับความเสี่ยงของการเกิดซ้ำ แต่การฝากครรภ์เนิ่น ๆ จะช่วยให้มีการเฝ้า
ระวังอย่างใกล้ชิด เมื่อพบความผิดปรกติประการใด จะแก้ไขได้ทันท่วงที โดยไม่ปล่อยให้โรค
รุนแรง จนเกิดภาวะแทรกซ้อนเช่นการตั้งครรภ์ครั้งนี้
\”การตั้งครรภ์ครั้งถัดไป อาจจะปรกติได้ ขออย่างเดียว อย่าเสียกำลังใจจนไม่กล้า
ที่จะตั้งครรภ์ใหม่\” ข้าพเจ้ากล่าวในตอนท้ายก่อนที่จะแยกจากคนไข้สตรีดังกล่าว
ในหมู่คนจีนมักจะมีความเชื่อว่า \”คนเราเกิดมาเพื่อชดใช้กรรมด้วยเหตุ 2 ประการ
คือ ทดแทนคุณ หรือไม่ก็ แก้แค้น กับพ่อแม่ สังเกตง่าย ๆ ได้ว่า
กรณีที่ลูกเกิดมาเพื่อทดแทนคุณนั้น ในระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่จะสุขสบายดี ไม่มีปัญหา
คลอดก็ง่ายและหลังคลอดจะไม่มีภาวะแทรกซ้อน เช่น ตกเลือด หรือติดเชื้อ
ส่วนกรณีที่ลูกเกิดมาเพื่อแก้แค้น จะพบว่า ระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่จะเดือดร้อนไม่
หยุดหย่อน แพ้ท้องมาก ครรภ์เป็นพิษ มีการติดเชื้อ & ตกเลือดตอนก่อนคลอด หรือหลังคลอด
กรณีของคนไข้สตรีรายนี้ ลูกน่าจะเกิดมาเพื่อแก้แค้น เพราะยังไม่ทันไร ก็ทำร้ายแม่
ตั้งแต่อยู่ในท้องซะแล้ว หากจัดการช่วยเหลือช้า รับรองว่า ไตของแม่ต้องเสียหายอย่างมาก หาก
ไม่ได้รับการช่วยเหลือเลย ดังเช่น คนสมัยก่อนที่คลอดกับหมอตำแย แม่คงเอาชีวิตสังเวย
ความแค้นของลูกไปแล้ว ด้วยภาวะแทรกซ้อนอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น เส้นโลหิตในสมองแตก หรือ
ตกเลือดหลังคลอดอย่างมากจนช็อคตาย
\”สตรีตั้งท้อง\” ต้องไม่ลืมว่า ประกอบด้วยมารดาและทารก มารดาย่อมสำคัญกว่า
บุตรในครรภ์เสมอ เวลามีปัญหา อย่าเผลอไปคิดว่า \”ลูกสำคัญกว่าแม่\” เพราะการแก้ไขอาจจะ
ไม่ทันท่วงที
สตรีตั้งครรภ์ ใช่ว่า จะไม่มีอันตรายเสียเลย มีสตรีมากมาย ที่เสียชีวิตเนื่องจาก
การตั้งครรภ์ แล้วเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ตกเลือด,ไตวาย,เส้นโลหิตในสมองแตกหรือครรภ์
เป็นพิษจากภาวะ \”ทารกท้องบาตร\” (HYDROP FETALIS)
ฉะนั้น การฝากครรภ์ จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ของสตรีตั้งครรรภ์ทุกคน
ในระหว่างตั้งครรภ์ หากพบความผิดปรกติใด ๆ คุณแม่ควรไต่ถามสูติแพทย์และหาสาเหตุให้ได้
เพื่อการแก้ไขรักษาที่ได้ผล

\”แม่\” กับ \”ลูก\” ย่อมผูกพันกันมาแต่ชาติไหน ๆ
ใครจะเป็นหนี้ใคร ไม่ใช่เรื่องสำคัญ
ถึงแม้ชาติก่อนนั้น \”แม่\” จะเคยทำร้าย \”ลูก\” แต่ใครจะไประลึกชาติและรู้ได้
ด้วยความดีที่ \”แม่\” เลี้ยงดู \”ลูก\” มาในชาตินี้ ยังไม่เพียงพอที่ \”ลูก\” จะตอบแทนอีกหรือ
\”บุญคุณความแค้น\” ใด ๆ ในโลกนี้ ย่อมสงบจบลงได้อย่างสันติสุข
ด้วย \”ความกตัญญูกตเวที\” และ \”การไม่จองเวร\”

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
พ.ต.อ.นพ.เสรี ธีรพงษ์ ผู้เขียน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น