ฉันเป็นฉันเอง

\”ยามกังหันต้องลม เป็นวงกลมเมื่อลมโชยมา (ซ้ำ)
มองดู โน่นสุริยา (ซ้ำ) ลมโชยมา กังหันต้องลม (ซ้ำ)\”

เสียงร้องเพลงของพวกเราดังกระหึ่มไปทั่วหุบเขา พร้อม ๆ กับมีการแสดงท่าทาง
ประกอบกายบริหารไปด้วย แขกเหรื่อที่มาพักตามบ้านพักรอบ ๆ สนามหญ้า คิดว่า พวกเรากำลัง
เต้นแอโรบิก แท้ที่จริงไม่ใช่ พวกเรากำลังอุ่นเครื่องร่างกาย ก่อนออกวิ่งในตอนเช้าตรู่ของวันนั้น
พวกเราวิ่งเหยาะ ๆ พร้อมกันไปตามถนนด้านหน้า วังรีรีสอร์ท สถานที่ที่พวกเราพัก
เพื่อสัมมนา \”สู่ความเป็นหนึ่ง\” โครงการต่อเนื่องของ โรงพยาบาลตำรวจ ขณะที่วิ่ง พวกเรา
จะร้องเพลงไปด้วย นัยว่า จะได้ลืมความเหนื่อยและเป็นการผ่อนคลายความรู้สึกว่า การวิ่งเป็น
ภารกิจที่หนัก เนื่องจากสนุกกับเนื้อร้องที่ออกทะลึ่งนิด ๆ
ระยะทางที่วิ่งประมาณ 600 เมตร วิ่งเสร็จพวกเราได้มารวมตัวกัน ณ สนามหญ้า
ที่เดิม เพื่อเล่นเกมส์ 2-3 เกมส์ และจบลงด้วยการอุ่นเครื่องร่างกายอีกครั้ง เป็นการยุติ
กิจกรรมออกกำลังกายยามเช้าวันนั้น
พอกลับจากการฝึกอบรมถึงบ้าน ข้าพเจ้าคิดว่า ร่างกายคงจะเหนื่อยเมื่อยล้า จาก
การวิ่ง แต่เปล่าเลย ภายหลังพักผ่อนนอนหลับอย่างเพียงพอแล้ว ตื่นขึ้นมา แขนขา กลับรู้สึกมี
เรี่ยวมีแรง จิตใจกระปรี่กระเปร่า และอยากจะวิ่งเช่นนี้อีก
ข้าพเจ้าไม่อยากเสียโอกาสในขณะที่จิตใจอยากจะวิ่ง ตอนเช้าวันรุ่งขึ้น ซึ่งเป็นวัน
ทำงานราชการตามปกติ จึงจัดแจงเตรียมเสื้อผ้า รองเท้าสำหรับวิ่ง ผ้าเช็ดตัว สบู่เหลว ใส่
กระเป๋าเรียบร้อย และออกวิ่งในตอน 7 โมงเช้า ที่ลานอเนกประสงค์ บริเวณอาคารจอดรถชั้น
11 ของโรงพยาบาลตำรวจ
เมื่อข้าพเจ้าไปถึง มีคนวิ่งอยู่แล้วที่นั่น 4-5 คน แต่ละคนมีประวัติวิ่งออกกำลังกาย
อย่างนี้ 10 กว่าปีทั้งนั้น ที่เด่นเป็นพิเศษมี 2 คน คือ พ.ต.อ.นพ.วีระชัย และ พ.ต.อ.นพ.กิติ
ข้าพเจ้าวิ่งประมาณ 15 นาที จำไม่ได้ว่า กี่รอบสนาม วิ่งเสร็จ อาบน้ำในห้องน้ำข้างบน และ
ลงมาทำงานตามปกติ ในเวลา 8.30 น. วันนั้นทั้งวันไม่ง่วงนอนและไม่เมื่อยเช่นเดียวกับวันก่อน
ใช่แล้ว เป็นเพราะการอุ่นเครื่องก่อนและหลังวิ่ง นั่นเอง
วันถัดมา ข้าพเจ้าเริ่มวิ่งประกบ พ.ต.อ.นพ.วีระชัย เพื่ออาศัยพูดคุยไปด้วย ใน
ระหว่างวิ่ง และจะได้ถามเคล็ดลับบางประการว่า ทำไมถึงวิ่งทุกเช้ามานานหลายปี
\”พี่วิ่งมากี่ปี และอะไรเป็นแรงจูงใจให้วิ่ง\” ข้าพเจ้าถาม
\”วิ่งมา 17 ปีแล้ว แรงจูงใจให้วิ่งคือ เพื่อตัวเราเอง\” พ.ต.อ.วีระชัย ตอบ
\”หมายความว่า อย่างไร พี่ช่วยขยายความหน่อยครับ\” ข้าพเจ้าถามขณะที่วิ่งเหยาะ ๆ
เคียงคู่กับท่านไปเรื่อย ๆ
\”คือ เราต้องคิดว่า ฉันเป็นฉันเอง ไม่ใช่คนอื่น ที่เราวิ่งเช่นนี้ ไม่ใช่เพื่ออวดใคร
หรือทำตามแฟชั่น แต่ทำเพื่อตัวเรา หรือสุขภาพของเราเอง เมื่อก่อน ผมเป็นหลอดลมอักเสบ
อย่างหนัก ผลจากการสูบบุหรี่จัด ไอเสมอ และหอบเหนื่อยเวลาเล่นกีฬาหรือตอนกลางคืนดึก ๆ
รู้สึกทรมานมาก จึงตัดสินใจว่า วิ่งเหยาะ ๆ จ๊อกกิ้งในตอนเช้าน่าจะดีกว่าเล่นกีฬาอย่างอื่น พอ
คิดอย่างนั้น ก็เริ่มออกวิ่งเลยในเช้าวันหนึ่งของปี พ.ศ.2523 สถานที่คือถนนและทางเดินภายใน
โรงพยาบาลตำรวจ ต่อมาได้เปลี่ยนแปลงเส้นทางและขยายเพิ่มเติมระยะทางออกไปเรื่อย ๆ
เดี๋ยวนี้อาการต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้นหายหมดแล้ว ไม่เหลือร่องรอยว่า เคยเป็นมาก่อนเลย
ในระหว่าง 17 ปี ที่ผ่านมา ผมวิ่งหลายสถานที่ และหลายเวลา บางช่วงบางจังหวะ
จะไปวิ่งที่ สวนลุมพินี หรือสวนจิตรลดา บางทีมาวิ่งที่โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งวิ่งที่ไหนก็เหมือน ๆ
กัน ขอให้อากาศดีเป็นพอ เวลาส่วนใหญ่จะวิ่งตอนเช้ามืด บางทีวิ่งตอนเย็น หากตอนเช้าตื่นไม่ทัน
บางทีวิ่งตอนกลางวัน แต่สุดท้ายผมว่า วิ่งตอนเช้าดีที่สุด เพราะตอนเช้าอากาศบริสุทธิ์ เย็น
สบาย วิ่งเสร็จ อาบน้ำและไปทำงานพอดี วิ่งตอนเย็น ไม่นาน ท้องฟ้าก็มืด วิ่งตอนกลางวัน
อากาศร้อนเกินไป
สำหรับเคล็ดลับในการวิ่ง คือ วิ่งใหม่ ๆ 2-3 วันแรก ทุกคนจะท้อ ต้องอดทนกัดฟัน
วิ่งสักระยะหนึ่งให้พ้นจากระยะท้อแท้ไปก่อน แล้วเราจะรู้สึกอยากวิ่งเอง เพราะร่างกายหลั่ง
สารเอนดอร์ฟินออกมา ทำให้มีความรู้สึกเป็นสุขตลอดทั้งวันภายหลังจากวิ่ง วันต่อ ๆ ไป ใจ
เราจะปลุกเร้าให้ไปวิ่งเองโดยอัตโนมัติ\” ท่านเล่าไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีท่าทางเบื่อหน่ายต่อ
คำถาม
\”เราควรจะปฏิบัติตนอย่างไร เมื่อเริ่มต้นวิ่งใหม่ ๆ\” ข้าพเจ้าถามต่อ
\”แบบที่คุณทำตอนนี้ถูกต้องแล้ว อุ่นเครื่องก่อนประมาณ 10 นาที วิ่งเหยาะ ๆ
จ๊อกกิ้งประมาณ 10-15 นาที พักหายใจให้เหงื่อแห้ง 10 นาที อุ่นเครื่องอีกครั้ง 10 นาที แค่
นี้เอง\” ท่านตอบสั้น ๆ และเสริมต่อว่า
\”อุ่นเครื่องเป็นเรื่องสำคัญ ตอนแรกเพื่อยืดกล้ามเนื้อ ตอนหลังเพื่อคลายกล้ามเนื้อ
ทำให้เราไม่เมื่อยหลังจากวิ่งเสร็จ สำหรับผม จะอุ่นเครื่องครั้งเดียวคือ ภายหลังจากวิ่ง เพราะ
ร่างกายอยู่ตัวแล้ว ไม่จำเป็นต้องยืด แต่ต้องคลายกล้ามเนื้อ
ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ควรรู้ คือ วิ่งจ๊อกกิ้งในแต่ละครั้ง จะมี จุดเหนื่อยที่สุด ณ เวลาหนึ่ง
ซึ่งแต่ละคนไม่เท่ากัน คนที่เพิ่งจะเริ่มวิ่ง อาจจะเหนื่อยช้าหน่อย แต่พอวิ่งนานมากขึ้น ส่วนใหญ่
จะเหนื่อยมากที่สุดหลังจากเริ่มออกวิ่งประมาณ 5-10 นาที บางคนจะหยุดวิ่งเลยทันทีช่วงเวลานี้
แต่ถ้าอดทนวิ่งให้ผ่านพ้นจุดนี้ไปได้ จะรู้สึกว่า วิ่งได้สบายขึ้นอย่างมาก ดังนั้น ทุกครั้งที่วิ่งจะต้อง
แข็งใจวิ่งให้เลยพ้นจากจุดเหนื่อยที่สุด จึงจะสามารถวิ่งได้นาน
การวิ่งจ๊อกกิ้ง ต้องวิ่งสม่ำเสมอ อย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 วัน มิฉะนั้น จะไม่ค่อยได้
ประโยชน์ ระยะแรก ๆ วิ่งเพียงวันละ 10-15 นาทีก็พอ แต่หลังจาก 3 เดือนไปแล้ว ควร
ปรับเพิ่มเวลาเป็นวันละ 20 นาที เมื่อวิ่งอย่างสม่ำเสมอได้นาน 6 เดือน ควรจะวิ่งให้ได้วันละ
30 นาที วิ่งนานกว่า 1 ปี จะสามารถวิ่งได้เองถึงวันละ 1 ชั่วโมง การวิ่งจ๊อกกิ้งที่ได้
ประโยชน์ จะต้องวิ่งนานกว่า 30 นาทีขึ้นไปในแต่ละวัน\”
\”ขอบพระคุณมากครับ ผมวิ่งครบ 15 นาทีแล้ว ขอตัวเก็บแรงไว้วิ่งต่อวันพรุ่งนี้\”
ข้าพเจ้าชะลอความเร็วของการวิ่ง แล้วเปลี่ยนมาเป็นเดิน ปล่อยให้ พ.ต.อ.นพ.วีระชัย วิ่ง
เหยาะ ๆ ต่อไป
ภายหลังอุ่นเครื่องและอาบน้ำเรียบร้อย ข้าพเจ้าขอปลีกตัวลงมา หลังจากนั้นได้
แวะไปรับประทานอาหารที่ตึกโภชนาคารชั้น 2 โชคดี พบ พ.ต.อ.นพ.กิติ นั่งรับประทานอาหาร
ยู่ก่อน จึงนั่งคุยด้วยกับท่าน
\”พี่วิ่งมานานกี่ปี พี่คิดว่า วิ่งจ๊อกกิ้งได้ประโยชน์มากน้อยแค่ไหน\” ข้าพเจ้าถือโอกาส
ถามเพื่อขอแบ่งประสบการณ์ ในขณะที่รออาหารตามสั่งอยู่
\”วิ่งมา 19 ปี วิ่งทุกเช้าอย่างน้อยอาทิตย์ละ 5 วัน เวลาประมาณตี 5 ถึง 6 โมง
วิ่งแบบสบาย ๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก แต่เราจะได้ประโยชน์เองโดยไม่รู้ตัว \” พ.ต.อ.นพ.กิติ
ตอบและพูดเสริมต่อไปว่า \”ประโยชน์ที่ได้มีมากมาย แต่สรุปง่าย ๆ ได้ 5 ประการ
1. สุขภาพดีทั้งกายและใจ จะเห็นว่า นักวิ่งจ๊อกกิ้งทุกคน จะมีสุขภาพจิตดี ยิ้มแย้ม
แจ่มใส ไม่เครียด ร่างกายแข็งแรง ไม่ค่อยเจ็บป่วย ถึงเจ็บป่วย ก็มักจะไม่รุนแรงและหายเร็ว
นอกจากนั้น ระบบขับถ่ายจะดีมากเป็นพิเศษ
2. บุคลิกภาพดี รูปร่างไม่อ้วน แม้ว่าจะรับประทานมากเกินไปสักหน่อย ก็ไม่เป็นไร
3. ภาพพจน์ดี นอกจากจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าแล้ว ภาพพจน์ของเรายังดีอีก
ด้วย และถือเป็นแบบอย่างที่ดีของลูกได้ เนื่องจากเรามาทำงานเช้า กระฉับกระเฉง ว่องไว
และไม่ง่วงเหงาหาวนอน
4. ฝึกนิสัยให้เป็นคนอดทน ตรงต่อเวลา เสมอต้นเสมอปลาย
5. ความรู้สึกทางเพศดีขึ้นมาก เรื่องนี้เป็นความจริง ในหมู่นักวิ่งจ๊อกกิ้งทุกคนรู้ดีและ
มักนำมาคุยเล่นเป็นเรื่องสนุกขบขันบ่อย ๆ ผมคิดว่า เรื่องนี้มีส่วนช่วยให้ปัญหาครอบครัวลดน้อย
ลงด้วย เพราะเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องใหญ่ หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งละเลย จะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งหวาด
ระแวง และคิดฟุ้งซ่านไปต่าง ๆ นานา ก่อให้เกิดปัญหาขึ้นมาได้
จะเห็นว่า การวิ่งจ๊อกกิ้งมีคุณค่ามากมายโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก มีรองเท้าวิ่ง
ดี ๆ คู่หนึ่งและความตั้งใจอีกสักนิด ชีวิตของเราจะสดใสขึ้นเยอะ\”
\”พูดคุยกับพี่เพียง 5 นาที ช่วยให้ความเข้าใจเกี่ยวกับการวิ่งจ๊อกกิ้งกระจ่างขึ้นมาก
ขอบพระคุณครับ\” ข้าพเจ้ากล่าวขอบคุณ พ.ต.อ.นพ.กิติ ก่อนที่ท่านจะลุกจากไปทำงานตามปกติ
หลังจากพูดคุยกับนักวิ่งจ๊อกกิ้งทั้งสองท่าน ทำให้นึกถึงสุภาษิตจีนที่ว่า \”สุขภาพ คือ
ทั้งหมดของชีวิต\” ข้าพเจ้าคิดว่า เป็นสัจธรรม ความจริงที่ไม่ควรลืม
หากแม้นคนเราเลือกเกิดได้ ก็คงไม่มีใครอยากเกิดเป็นมหาเศรษฐีที่ขี้โรค กินไม่ได้
นอนไม่หลับ แน่นอน
คนเราเลือกเกิดไม่ได้หรอก แต่เลือกที่จะเป็นคนมีสุขภาพดีได้ ด้วยการออกกำลังกาย
อย่างสม่ำเสมอ การวิ่งจ๊อกกิ้งเป็นทางเลือกหนึ่ง ซึ่งให้ผลดี มีข้อพิสูจน์ให้เห็นมากมาย สามารถ
ยึดถือเป็นแนวทางสู่ความสมหวังได้ ขอเพียงแต่ อย่าเห่อเป็นพัก ๆ และยึดหลัก รักตัวเองและ
เป็นตัวของตัวเอง เท่านั้นก็พอ

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
พ.ต.อ.นพ.เสรี ธีรพงษื ผูเขียน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น