บทอวสานของนางเอก

นางเอกในโลกมายานั้น ผูกพันอยู่กับความสำเร็จ ทุกๆวัน เธอจะต้องตะเกียกตะกายทำงานอย่างสุดกำลัง เพราะมีคลื่นลูกใหม่กำลังไล่หลังตามมาอย่างติดๆ.. ขืนชักช้า เธอก็จะถูกทอดทิ้ง แต่..สิ่งสุดท้ายที่นางเอกทุกคนจะต้องพบ ก็คือ การเลือนหายไปจากความทรงจำของผู้คน.. นี่คือ รอยกรรมของนางเอกทุกคน

คนที่เป็นนางเอกในโลกนี้ มีมากมายที่ต้องพบกับฝันร้าย หากตัดสินใจก้าวเดินผิดพลาด เพราะไม่รู้จักพอ… บางคน สังเวยชีวิตก่อนวัยอันควร อาทิ หลินไต้, เลอตี้, อุ้งเหมยหลิง… บางคน ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างโดดเดี่ยว เปลี่ยวเหงา อย่างเช่น หวังจู่เสียน ส่วนจ้าวเหวย นางเอกยอดนิยมในประเทศจีนยุคปัจจุบัน จู่ๆ!! ก็หลบไปคลอดลูกที่ประเทศสิงคโปร์ โดยไม่สนใจใยดีกับชื่อเสียง เธอละทิ้งวิถีชีวิตของนางเอกบนจอ และไขว่คว้าหาความสุขกับสามียามที่อายุยังไม่มาก แต่…ท่านทราบหรือไม่ว่า จากการสำรวจล่าสุด จ้าวเหวยได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่งของฝ่ายหญิงในประเทศที่มีพลเมืองมากกว่า 3000 ล้านคน

จริงๆแล้ว!!! ในความคิดของข้าพเจ้า ผู้หญิงทุกคน คือ ‘นางเอก’… ยามที่เธออ่อนวัย แน่นอน!! เธอย่อมมีเสน่ห์ร้อนแรง แต่…บางที หลายคนยังคงวุ่นวายทำงานหนักเสียจนไม่คิดที่จะมีครอบครัว ปล่อยให้อายุล่วงเลยไปกับกาลเวลา.. ยังโชคดีที่มีบางคน ดิ้นรน สร้างครอบครัวจนได้ และพยายามมีลูก แม้อายุจะมาก

คุณอรศิริ อายุย่างเข้าปีที่สี่สิบในปีนี้ มีสีหน้าวิตกกังวล มาพบกับข้าพเจ้าในเย็นวันหนึ่ง เธอเล่าประวัติให้ฟังว่า เมื่อ 2 ปีก่อน เธอเคยแท้งบุตร ตอนอายุครรภ์ 2 เดือน และได้รับการขูดมดลูกที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ขณะนี้เธอตั้งครรภ์ได้ 2 เดือน มีปัญหาเลือดออกกะปิดกะปรอย และได้รับยากันแท้งมาระยะหนึ่ง ข้าพเจ้าได้ตรวจอัลตราซาวนด์ผ่านทางช่องคลอดให้กับคุณอรศิริ พบว่า มีเงาทารกขนาดเท่ากับอายุครรภ์ 8 สัปดาห์ พร้อมกับหัวใจเต้นในลักษณะเหมือนกับไฟกระพริบ ซึ่งแสดงว่า ภาวะแท้งคุกคามของเธอ มีการพยากรณ์โรคที่ดี โดยมีโอกาสเสี่ยงที่จะแท้งเพียง 2-5%

คนท้องที่เคยแท้งบุตร แน่นอน! จิตใจ ย่อมหวั่นไหว หวาดกลัวกับภาพเลวร้ายเก่าๆ คุณอรศิริและสามีต่างก็แสดงอาการวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด ข้าพเจ้าใช้เวลาในช่วงแรกที่ห้องตรวจอยู่นาน เพื่อปลอบใจว่า ‘การแท้งบุตรนั้น เป็นเรื่องที่เศร้าใจ อย่างไรก็ตาม การตั้งครรภ์แต่ละท้องนั้น ไม่เกี่ยวข้องกันเลย การตั้งครรภ์ครั้งนี้ แม้จะมีรูปแบบคล้ายคลึงกัน คือ มีเลือดออกกะปิดกะปรอยในช่วงแรกๆ แต่เมื่อเราตรวจพบเงาทารกน้อยจากอัลตราซาวนด์ ร่วมกับการเต้นของหัวใจแล้ว คุณอรศิริก็ยากที่จะแท้ง ขอเพียงแต่พักผ่อนให้มากขึ้น งดการมีเพศสัมพันธ์ตลอดการตั้งครรภ์ และรีบติดต่อผมทุกครั้งที่มีปัญหา ก็คงจะเพียงพอในการฟันฝ่าวิกฤติครั้งนี้’ เพราะคำแนะนำที่ถูกต้องนั้น มีความสำคัญมากสำหรับคนท้องทุกคนที่มีปัญหา อย่าลืมว่า คุณอรศิริอายุ 39 ปีแล้ว เธอเพิ่งตั้งครรภ์ปกติเป็นครั้งแรก และเคยแท้งมาแล้ว ครั้งหนึ่ง

พอคุณอรศิริตั้งครรภ์ได้ประมาณ 3 เดือน ข้าพเจ้าก็แนะนำเธอให้ไปที่หน่วยทารกปริกำเนิด (Perinatology) โรงพยาบาลรามาธิบดี ที่นั่น คุณหมอมีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการพยากรณ์โรคของทารกในครรภ์ คุณอรศิริได้รับการตรวจเลือด Triple marker, อัลตราซาวนด์ บริเวณคอทารกตอนอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ (ช่วงอายุครรภ์ที่เหมาะสม คือ 11- 14 สัปดาห์) และได้รับการเจาะน้ำคร่ำตอนอายุครรภ์ 18 สัปดาห์ (ช่วงอายุครรภ์ที่เหมาะสม คือ 16 – 19 สัปดาห์) เพื่อการวินิจฉัยเบื้องต้นว่า ลูกของเธอมีโอกาสปัญญาอ่อนหรือไม่

เมื่อตอนที่คุณอรศิริตั้งครรภ์ได้ 5 เดือน ข้าพเจ้ายังสัพยอกเธอว่า ‘เหลือระยะเวลาอีกไม่นานเท่าไหร่แล้ว เพราะคุณท้องมาได้ตั้ง 5 เดือน หลังจากนี้ คุณคงไม่ต้องกังวลใจอีก’ ข้าพเจ้าพูดคำเหล่านี้ได้ไม่ถึง 2 สัปดาห์ คุณอรศิริก็ต้องมานอนโรงพยาบาลอย่างฉุกเฉิน ด้วยเรื่องสงสัยน้ำเดิน โดยวินิจฉัยเบื้องต้นเป็น เลือกออกจากภาวะรกเกาะต่ำ (Antepartum Hemorrhage) เนื่องจากสูติแพทย์วันนั้นตรวจในช่องคลอดพบมีน้ำในช่องคลอดลักษณะเหมือนน้ำคาวปลาสีแดงเรื่อๆ จำนวนประมาณ 10 มิลลิลตร (ซี.ซี.) แต่…จากประวัติที่เธอมีน้ำไหลออกมาจากช่องคลอดจำนวนหนึ่ง และผลการตรวจอัลตราซาวนด์ พบมี น้ำคร่ำจำนวนน้อยกว่าปกติ ทำให้เชื่อได้ว่า คุณอรศิริน่าจะมีภาวะน้ำเดิน (Premature rupture of membrane [PROM])

คราวนี้ คงต้องคิดหนัก !!!!! เพราะการมีน้ำเดินช่วงอายุครรภ์น้อยๆเช่นนี้อันตรายมาก ข้าพเจ้าได้ขอให้คุณอรศิริย้ายจากโรงพยาบาลเอกชน ไปนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะเธอคงต้องนอนพักรักษาตัวนานหลายสัปดาห์

ข้าพเจ้าได้เล่าให้คุณอรศิริและสามีฟังว่า ‘ในอดีต เคยมีคนท้องรายหนึ่งเกิดมีภาวะน้ำเดินตอนอายุครรภ์ ประมาณ 5 เดือนเช่นนี้ เธอได้มานอนพักที่โรงพยาบาลตำรวจ หลังจากอยู่ได้เดือนหนึ่ง คนไข้ก็ถูกส่งตัวกลับไปนอนพักรักษาต่อที่โรงพยาบาลในเครือประกันสังคม คนไข้ต้องนอนโรงพยาบาลแบบเข้าๆออกๆ จนถึงอายุครรภ์ ประมาณ 30 สัปดาห์ ในที่สุด เธอก็กลับมานอนรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลตำรวจ หลังจากนั้น ไม่นาน บุตรของเธอก็เสียชีวิตในครรภ์ เหตุที่เป็นเช่นนั้น คงเป็นเพราะว่า ถุงน้ำคร่ำที่รั่ว มันอาจจะรูใหญ่เกินไป จึงไม่ยอมปิดตัว ทำให้น้ำคร่ำในครรภ์มีปริมาณน้อยอยู่เสมอ ประกอบกับที่ว่า พอเริ่มมีอาการดีขึ้น เธอก็ต้องกลับไปทำงาน สุดท้าย ก็ต้องกลับมามีภาวะน้ำเดินอีก ผลการรักษา จึงจบลงอย่างไม่สวยงาม’ ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงเตือนคุณอรศิริว่า ให้นอนพักรักษาตัวจริงๆ คือ หมายความว่า นอนนิ่งๆบนเตียง พยายามอย่าลุกเดินไปไหนโดยไม่จำเป็น ยกเว้นไปเข้าห้องน้ำ เท่านั้น

ปัญหาอีกอย่างหนึ่งของภาวะน้ำเดินเรื้อรัง (Prolonged PROM) ก็คือ Amniotic Band Syndrome ภาวะนี้ จะพบลักษณะอวัยวะบางส่วนของทารก อาทิ แขน ขา มีส่วนขาด/แหว่งหรือคอดเว้า อันเกิดจากรอยรูรั่วของถุงน้ำคร่ำ เสมือนว่า แขนขาข้างนั้นถูกรัด, กดทับอยู่นาน จนไม่เจริญเติบโต และเกิดความพิกลพิการ รูปร่างผิดปกติ หรือ หายไป

เรื่องนี้ ข้าพเจ้าก็ได้อธิบายให้คุณอรศิริและสามีฟังด้วย สร้างความกังวลใจอย่างยิ่งให้กับคนทั้งสอง แต่..นั่นคือ สิ่งที่ข้าพเจ้าต้องแนะนำให้คนไข้เข้าใจในฐานะสูติแพทย์ อย่างไรก็ตาม คุณอรศิริก็ได้รับการตรวจอัลตราซาวนด์ เพื่อดูความสมบูรณ์ของร่างกายลูกน้อยเป็นระยะๆ จากสูติแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการดูอัลตราซาวนด์ (Maternal Fetal medicine Department [MFM]) ของ โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งทำให้คลายความกังวลไปได้ระดับหนึ่ง

คุณอรศิรินอนพักที่โรงพยาบาลตำรวจ ประมาณ 2 สัปดาห์และกลับไปนอนพักผ่อนต่อที่บ้านอีก 1 สัปดาห์ เธอมาเข้ารับการตรวจตามปกติกับข้าพเจ้าได้ตอนอายุครรภ์ 25 , 28 , 31 , และ 34 สัปดาห์ โดยได้คำแนะนำซ้ำๆเหมือนเดิม คุณอรศิริบอกกับข้าพเจ้าเสมอว่า ‘เธอสวดมนต์ ไหว้พระก่อนนอนเป็นประจำ และอะไรจะเกิด ก็ต้องเกิด หนูไม่โทษคุณหมอหรอก หากว่า ลูกหนูจะเป็นอะไร’ ข้าพเจ้าได้ยินคำพูดนี้ แล้วรู้สึกสบายใจ เพราะคนที่พูดเช่นนี้ ย่อมได้รับความคุ้มครองจากเทวดาเสมอ และจะไม่ประสบกับโชคร้าย.. จิตใจที่เป็นกุศลเท่านั้น ที่จะเป็นบุญหนุนเกื้อให้ลูกของเธอปลอดภัย ข้าพเจ้าได้พร่ำบอกกับคุณอรศิริและสามีบ่อยๆว่า ‘อายุครรภ์ลำดับแรกที่คนไข้จะต้องพยายามรักษาเนื้อรักษาตัวไปให้ถึง ก็คือ อายุครรภ์ 34 สัปดาห์ ซึ่งตอนนั้น เราอาจจะผ่าตัดคลอด ก็ได้ หากว่า มีปัญหา ’

พอย่างเข้าอายุครรภ์ 34 สัปดาห์จริงๆ ทุกคนที่เกี่ยวข้องต่างก็โล่งอกไปตามๆกัน ข้าพเจ้าขอให้คุณอรศิริเข้ารับการตรวจสภาพเด็ก (Non-stress test) แต่บัดนั้นเลย และทำซ้ำทุกสัปดาห์ เพื่อประเมินสภาพทั่วไปของทารก และดูว่า มดลูกมีการแข็งตัว บ้างหรือไม่? จากการติดตามดูอัลตราซาวนด์ ข้าพเจ้าพบว่า ลูกคุณอรศิริเติบโตขึ้นตามลำดับ และปริมาณน้ำคร่ำในครรภ์ ก็มากขึ้นพอสมควร เธอมาเข้ารับการตรวจครรภ์ต่ออีกช่วงอายุครรภ์ 35 และ 36 สัปดาห์ โดยไม่พบความผิดปกติอื่นใด ข้าพเจ้าตัดสินใจ กำหนดให้เธอเข้ารับการผ่าตัดคลอดตอนอายุครรภ์ 37 สัปดาห์ ซึ่งคุณอรศิริและสามีได้ไปให้พระดูฤกษ์และกำหนดว่า จะคลอดในวันจันทร์

เผอิญ!! วันอาทิตย์ก่อนคลอด ข้าพเจ้าถูกเรียกตัวให้ไปสำรองหน้าที่ ณ โรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจากมีเหตุการณ์วุ่นวายจากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ตอนนั้น ข้าพเจ้าคิดว่า เมื่อเข้าไปแล้ว คงไม่สามารถกลับออกมาจากโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อผ่าตัดคลอดให้กับเธอตามกำหนดได้ จึงขอยกเลิกแผนการผ่าตัดชั่วคราว แต่..จิรงๆ แล้ว ข้าพเจ้าไม่ได้เดินทางเข้าไปในโรงพยาบาลตำรวจเลย เพราะเส้นทางถนนทุกสายสู่โรงพยาบาล ถูกปิดตาย ข้าพเจ้าจำเป็นต้องอยู่บ้าน เพื่อรอคอยคำสั่งต่อไป อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้าก็ไม่ได้ดื้อดึงที่จะหวนกลับไปผ่าตัดให้เธอตามกำหนดเดิม เพราะคิดว่า โชคชะตาน่าจะเลือกวันเวลากำเนิดให้กับลูกของคุณอรศิริ ต่อมา เธอได้กำหนดฤกษ์ใหม่ เป็นวันพฤหัส… ในสัปดาห์นั้น รัฐบาลกำหนดให้เป็นวันหยุดราชการทั้งสัปดาห์ ข้าพเจ้าจึงผ่าตัดคลอดให้คุณอรศิริ ที่โรงพยาบาลเอกชนโดยไร้กังวล

ที่ห้องผ่าตัด!!! ยังเกิดเรื่องราวที่ไม่คาดฝันขึ้นอีก ข้าพเจ้าลงมีดกรีดที่ผนังหน้าท้องของคุณอรศิริตามแนวตะเข็บของกางเกงใน เพื่อความสวยงาม พอลงมีดกรีดเข้าไปที่มดลูกส่วนล่าง (Lower segment of uterus) ปรากฏว่า เนื้อมดลูกค่อนข้างหนา กรีดเท่าไหร่ ก็ไม่ทะลุเข้าไปถึงถุงน้ำคร่ำ ข้าพเจ้าพยายามตั้งสติ และผ่าตัดแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่รีบร้อน.. ก่อนวันผ่าตัด 1 วัน ข้าพเจ้าได้ตรวจดูอัลตราซาวนด์สำรวจแนวของรกภายในมดลูกของคุณอรศิริ พบว่า รกของเธออยู่ทางด้านหน้า (anterior insertion) และมีแนวโน้มเกาะต่ำแบบเฉพาะส่วนปลายๆรกเท่านั้น (Placenta previa) ข้าพเจ้าวางแผนไว้แต่ต้นแล้วว่า จะเจาะทะลุรกและล้วงมือเข้าไปในโพรงมดลูกทางด้านหัวเหน่า (Pubic side) เนื่องจากรกส่วนใหญ่วางตัวอยู่บริเวณส่วนกลางของมดลูก พอถึงเวลาลงมือจริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะล้วงมือผ่านรกตรงส่วนนั้น.. ยังดีที่มีประสบการณ์ ข้าพเจ้าจึงพอเอาตัวรอดไปได้ โดยคนไข้ไม่สูญเสียเลือดมาก ทารกน้อยคลอดได้อย่างปลอดภัย เมื่อเวลา 8 นาฬิกา 29 นาที ลูกคุณอรศิริเป็นเพศหญิง น้ำหนักแรกคลอด 2,700 กรัม คะแนนศักยภาพแรกคลอด 9 และ 10 (จากคะแนนเต็ม 10) ตามลำดับ รูปร่างของทารกน้อยสวยงาม น่ารัก และร้องส่งเสียงดัง ความกังวลของคุณอรศิริที่ว่า ‘ลูกของเธอจะมีรูปร่างผิดปกติ หรือไม่’ ได้ถูกเฉลยอยู่ตรงหน้า ก่อให้เกิดความเบิกบานใจของผู้เป็นแม่ สุดที่จะหาคำอธิบาย

วันนี้ ข้าพเจ้าเพิ่งเดินทางกลับจากหัวหินในการไปอบรมเชิงสัมนา ขากลับได้โดยสารรถตู้มากับสุภาพสตรีสองท่าน ซึ่งน่ารักและเป็นคนเก่งมาก คนหนึ่งเป็นสูติแพทย์ อีกคนหนึ่งเรียนจบปริญญาเอก สอบชิงทุนคิงส์ได้ไปเรียนต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และเยอรมัน ข้าพเจ้ารู้สึกทึ่งกับความเก่งฉกาจของผู้หญิงทั้งสองท่านนี้ อย่างไรก็ตาม ภรรยาข้าพเจ้าได้พูดให้ฟังว่า ‘ไม่มีประโยชน์หรอก ผู้หญิงเก่งแค่ไหนถ้าไม่มีครอบครัว ก็แค่นั้น’ ข้าพเจ้าคิดพิจารณาดู ก็เห็นจริงด้วย ผู้หญิงจำนวนมากทุ่มเทชีวิต เพื่อการศึกษา เพื่อความสำเร็จก้าวหน้า แต่สุดท้าย ก็ลืมคิดถึงการมีครอบครัว เพราะคิดว่า ‘ยังมีเวลา’ ความจริงแล้ว ผู้หญิงมีช่วงชีวิตสาวที่จำกัด เธอมีเวลาเป็นนางเอกในโลกละครที่สั้นนัก สักวันหนึ่งก็ต้องลงจากเวที แต่..หลายคนได้ทอดทิ้งเวลาอันทรงคุณค่านี้ ไม่ยอมลงจากเวที

ในความคิดของผู้หญิงด้วยกัน ต่างก็ทราบว่า ผู้หญิงมีสัญชาตญาณของความเป็นแม่ เธอย่อมจะมีความสุขมากยิ่งขึ้นกับการอุ้มลูกน้อย และพูดคุยกับลูกเล็กๆ แม้ว่า เขาจะยังไม่รู้เรื่อง

ตอนที่ผู้หญิงทุกท่านสวมบทบาทเป็นนางเอกอยู่ เธอน่าจะหันกลับมาพิจารณาบ้างว่า เธอไม่ควรลืมบทบาทอีกบทบาทหนึ่งที่งามเด่นไม่แพ้กัน นั่นคือ บทบาทของการเป็นคู่รักในชีวิตจริง และการเป็นแม่ของลูกน้อย…….

&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&

พ.ต.อ. นพ.เสรี ธีรพงษ์ ผู้เขียน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น