น้ำเต้าหู้กับพระแก้วมรกต

เกือบทุกวัน ในเวลาเช้า ข้าพเจ้าจะแวะเวียน ไปที่ตลาดสดพัฒนาการ เพื่อทำบุญใส่บาตร.. บ่อยครั้ง ข้าพเจ้าจะไปนั่งรับประทานน้ำเต้าหู้ที่ร้านแห่งหนึ่ง แล้วซื้อใส่ถุงกลับบ้านอีก 9 – 10 ถุง สำรองไว้ประทังยามหิว.. ไม่กี่วันมานี้ ข้าพเจ้าได้เห็นพระแก้วมรกตองค์หนึ่ง ตั้งขายอยู่ที่แผงในตลาดสด ข้าพเจ้าเกิดความศรัทธาขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก และขอเช่าจากผู้จำหน่าย พอรับประทานน้ำเต้าหู้เสร็จ ข้าพเจ้าจึงต้องหอบหิ้วสิ่งของทั้งสองมือ มือหนึ่งถือน้ำเต้าหู้และถุงใส่ของจิปาถะ 1 กระเป๋า อีกมือหนึ่ง ถือถุงที่มีพระแก้วมรกตห่อหุ้มด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ พระพุทธรูปพระแก้วมรกตองค์นี้มีหน้าตักกว้างถึง 9 นิ้ว และมีน้ำหนักมากทีเดียว ระหว่างที่หอบหิ้วไปที่รถ ข้าพเจ้าได้เผลอบ่นกับตัวเองว่า ‘หนักจังเลยทั้งสองมือ’ พลางนึกถึงความเป็นไปของมนุษยชาติว่า ‘คนเราเกิดมา เรามักจะยึดถือของ 2 สิ่งไว้ในใจเสมอ สิ่งหนึ่ง คือ ‘ของกิน’ คนเราดิ้นรนต่อสู้ทุกวันก็เพื่อหาอาหารใส่ปากท้องของตัวเองและครอบครัว อีกสิ่งหนึ่งที่เรายืดถือ ก็คือ ‘สิ่งศักดิ์สิทธ์’ เพื่อเป็นที่พึ่งยามขาดความมั่นใจ หากสองสิ่งนี้สมดุลย์ ชีวิตเราก็สามารถยืนหยัดอยู่ในสังคมได้โดยไม่ลำบาก

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ข้าพเจ้าอยู่เวรแทนสูติแพทย์ท่านหนึ่ง ที่เข้าอบรมสารวัต พอเท้าเหยียบย่างเข้าเขตโรงพยาบาลตำรวจ พยาบาลห้องคลอด ก็โทรศัพท์บอกข้าพเจ้าว่า ‘หมอ! หมอ! มีคนไข้ครรภ์แฝด ครรภ์ที่ 3 อายุครรภ์ 36 สัปดาห์ น้ำเดินมา หมอคิดว่า จะทำอะไร?? ’ ข้าพเจ้าตอบว่า ‘ ก็ set (กำหนดให้) ผ่าตัดคลอดเลย’

พอเข้าห้องผ่าตัด ข้าพเจ้าสังเกตว่า ‘คนท้องครรภ์แฝดรายนี้ หน้าท้องไม่ค่อยใหญ่เท่าไหร่ ใจหนึ่งกลัวว่า เด็กจะตัวเล็กและต้องใส่ท่อช่วยหายใจ อีกใจหนึ่ง ก็คิดว่า เด็กแฝดทั้งสองไม่น่าจะมีปัญหา เพราะมารดามีอายุครรภ์มากถึง 36 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม จากประวัติน้ำเดิน ทำให้ข้าพเจ้าต้องตัดสินใจผ่าตัดคคลอดให้คนไข้อย่างแน่นอน’ คนท้องรายนี้ ชื่อ คุณขนิษฐา อายุ 31 ปี คลอดบุตรคนแรกและคนที่ 2 ตามธรรมชาติ ลูกทั้งสองอายุ 11 และ 4 ปีตามลำดับ ก่อนผ่าตัด ข้าพเจ้าลองถามความรู้กับแพทย์ฝึกหัดและแพทย์ประจำบ้านว่า ‘คนไข้ครรภ์แฝด เวลาผ่าตัดคลอด เราจะต้องระวังอะไรบ้าง?’

แพทย์ฝึกหัดตอบว่า “รก” และขยายความต่อว่า ‘รกของครรภ์แฝดมักจะใหญ่ และแผ่ปกคลุมมดลูกค่อนข้างไกล จนอาจเลยมาปิดส่วนมดลูกด้านบนทั้งแถบ เวลาลงมีด อาจกรีดดนได้และต้องเจาะทะลวงรกเข้าไปเพื่อทำคลอดเด็ก แม่อาจตกเลือด ส่วนลูกอาจเสียเลือดจนออกมาไม่ดี’ ข้าพเจ้าพยักหน้าแสดงความเห็นด้วย ส่วนแพทย์ประจำบ้านตอบว่า “รกลอกตัวก่อนเวลาอันควร (Abruptio placenta) ” ซึ่งก็เป็นไปได้ แต่พบไม่บ่อยนัก… จริงๆแล้ว สิ่งที่ข้าพเจ้าต้องการคำตอบ กลับไม่ใช่ทั้งสองประเด็น…..

ข้าพเจ้าบอกกับแพทย์ทั้งสองว่า “สิ่งที่เรากลัว คือ เวลาทำคลอดเด็กแฝดตัวที่สอง พอเด็กแฝดคนแรกคลอดออกไปแล้ว ภายในมดลูกจะมีพื้นที่มากขึ้น นี่เอง ที่อาจทำให้เด็กแฝดคนที่สองพลิกตัวเอาแผ่นหลังลงทางด้านล่าง (Dorso-posterior) หากถุงน้ำคร่ำแตก เราจะทำคลอดเด็กยากมาก เพราะผนังมดลูกบีบรัดตัวเข้ามา ทำให้พื้นที่ภายในโพรงมดลูกลดลงทันที เราอาจจะล้วงมือไปจับขาเด็กไม่ได้ พวกเธอรู้ไหมว่า ‘นี่คือ คำถามสอบ Board (เป็นผู้เชี่ยวชาญ) ของพี่คำถามหนึ่ง’ ”

จากนั้น ข้าพเจ้า ก็ลงมือผ่าตัดและทำคลอดทารกแฝดตามลำดับ ทารกแฝดตัวแรกเป็นเพศชาย ท่าหัว คลอดง่าย น้ำหนักแรกคลอด 2,770 กรัม.. ขณะทำคลอดทารกแฝดตัวที่ 2 นั้น ข้าพเจ้า ก็พูดสอนไปด้วยว่า “วิธีการที่ถูกต้องคือ ตอนที่ถุงน้ำคร่ำยังไม่แตกนั้น เราต้องคลำและจับขาเด็กให้ได้ก่อน เพื่อทำคลอดตัวที่สองแบบคลอดท่าก้น” พูดพลาง ก็แสดงท่าทางสาธิตไปด้วย พอล้วงมือเข้าไปในโพรงมดลูก เพื่อจับเท้าเด็ก คราวแรก ข้าพเจ้ารู้สึกว่า จับได้แขนเด็ก จึงปล่อยออกไป และควานหาขาเด็กต่อไป ขณะที่กำลังพูดพร่ำรำพันอยู่นั้น ถุงน้ำคร่ำของแฝดตัวที่ 2 ก็เกิดแตกขึ้นมา คราวนี้ สถานการณ์ที่ดีกลับกลายเป็น ‘วิกฤติ’ เพราะเด็กได้พลิกตัวไปอยู่ในท่าขวางและหันหลังสู่ด้านล่าง (Dorso-posterior) เหมือนดังที่ข้าพเจ้ากำลังกลัวอยู่

“แย่แล้ว! แย่แล้ว! ” ข้าพเจ้าเผลออุทานออกมา พลางใช้มือขวาควานหาเท้าของทารกต่อไป สักพักก็จับได้ แต่เมื่อดึงออกมา ปรากฏว่า เป็นแขนเด็ก ข้าพเจ้ารู้สึกหัวเสียกับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า จากนั้น ก็พยายามจับเอาแขนเด็กข้างนั้นกลับเข้าไปในโพรงมดลูก การกระทำแต่ละขั้นตอน ต้องทำอย่างนุ่มนวล มิฉะนั้น แขนเด็กจะหัก เวลาผ่านไปสักพัก ข้าพเจ้าประเมินว่า คงไม่สามารถใส่แขนเด็กกลับเข้าไปได้แน่ จึงรีบสั่งการกับแพทย์จำบ้านว่า “เร็ว! เร็ว! ผมจะตัดกล้ามเนื้อมดลูกแบบ Inverted T จากนั้น ก็ใช้กรรไกรตัดแผลขอบบนของมดลูกส่วนล่างตรงกลางเป็นแนวตั้งฉากขึ้นไป” ไม่รอช้า ข้าพเจ้าล้วงมือเข้าไปใหม่อีกครั้ง เพื่อจับขาเด็ก แต่ก็ยังจับไม่ได้ ข้าพเจ้ารีบใช้เครื่องมือตัวคีบ (Sponge Forceps) จับขอบของแผลขอบบนทั้งสองข้างและตัดเปิดแผลตรงกลางขึ้นไปอีก เมื่อแผลเปิดกว้างพอสมควร ข้าพเจ้าก็สามารถคลำหัวทารกน้อยได้ และล้วงให้คอเด็กพับในลักษณะก้ม เนื่องจากเด็กตัวเล็ก หัวเด็กจึงคลอดพร้อมกับแขนที่โผล่ออกมาในตอนแรก ทารกน้อยลูก คุณขนิษฐาร้องเสียงดังและขยับแขน ขยับขา แสดงอาการของทารกปกติ ลูกแฝดคนน้องนี้ มีน้ำหนักแรกคลอด 2,550 กรัม คะแนนศักยภาพแรกคลอด 9 และ 10 (จากคะแนนเต็ม 10) ณ เวลา 1 และ 5 นาทีตามลำดับ

ข้าพเจ้ารู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก พยาบาลคนส่งเครื่องมือ บอกว่า “ 2 – 3 ปีก่อน ก็เกิดกรณีคล้ายๆกันแบบนี้ เด็กคลอดออกมาพร้อมกันทั้งแขน (ข้างหนึ่ง) และขาสองข้าง แต่เด็กไม่ค่อยดี และต้องเข้าห้อง ไอ.ซี.ยู. ทารกแรกเกิด” ข้าพเจ้าบอกกับแพทย์ฝึกหัดว่า ‘ที่เด็กคลอดออกมาดีเช่นนี้ ก็เพราะ‘บุญ’ ที่ข้าพเจ้ามีประสบการณ์และเด็กมีขนาดตัวเล็ก หากเด็กตัวใหญ่กว่านี้ ผลก็อาจจะออกมาตรงกันข้าม’ ข้าพเจ้าถอนหายใจเฮือกใหญ่ และเย็บปิดแผลบนตัวมดลูกของคุณขนิษฐาอย่างใจเย็น

ไม่กี่วันก่อนเช่นกัน ก็มีเหตุการณ์ที่ข้าพเจ้าถือว่า เป็นผลจาก’บุญ’เช่นกัน ข้าพเจ้าได้ผ่าตัดคลอดให้กับคุณกมลรัตน์ ตอนอายุครรภ์ 38 สัปดาห์ คนไข้รายนี้ อายุ 30 ปี เธอเคยตั้งครรภ์มาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อ 10 ปีก่อน ขณะเป็นวัยรุ่นอายุเพียง 19 ปี แต่..โชคร้ายที่ เธอแท้งบุตรตอนอายุครรภ์เพียง 20 สัปดาห์ เนื่องจากผลจากการแพ้ (sensitive) ต่อน้ำอสุจิ (น้ำอสุจิมีสารพรอสตาแกรนดินจำนวนมาก สารตัวนี้มีผลทำให้มดลูกหดกรัดตัวแรงและปากมดลูกนุ่ม) กล่าวคือ เธอมีเพศสัมพันธ์ในตอนค่ำวันหนึ่ง และเจ็บครรภ์ทันที พอรุ่งเช้า ปากมดลูกก็เปิด และแท้งบุตรในเวลาต่อมา หลังจากนั้น คุณกมลรัตน์ก็ไม่ตั้งครรภ์อีกเลยนานหลายปี

8 ปีต่อมา คุณกมลรัตน์รู้สึกปวดท้องน้อยผิดปกติ จึงมาพบข้าพเจ้า เมื่อตรวจอัลตราซาวนด์ผ่านทางช่องคลอดของเธอ ก็พบถุงน้ำรังไข่ด้านซ้าย ที่เรียกว่า ‘ช็อคโกแลต ซีส’ (Endometriotic cyst) ข้าพเจ้าได้ผ่าตัดผ่านกล้องให้กับเธอเมื่อเดือน ต.ค. 2551 หลังจากนั้น อีก 8 เดือน เธอก็กลับมาเป็น ‘ช็อคโกแลต ซีส’ (Endometriotic cyst ) อีกทางด้านขวา และได้รับการผ่าตัดผ่านกล้องในเดือน พ.ย. 2552

เป็นเรื่องแปลก ที่คุณกมลรัตน์ไปหาหมอดูที่จังหวัดกาญจนบุรี และได้รับคำทำนายว่า มีลูกรออยูที่พระธาตุดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ เธอและสามี คิดว่า อาจเป็นไปได้ จึงเดินทางไปที่เชียงใหม่ทันที ก่อนเดินทาง คุณกมลรัตน์ฝันว่า ‘มีเด็กผู้หญิงยืนโบกมือและไหว้เธอบนดอยสุเทพ’ เมื่อเดินทางกลับมาจากดอยสุเทพ เธอก็ตั้งครรภ์ในเดือนนั้น ช่างโชคดีเสียเหลือเกิน

คุณกมลรัตน์ฝากครรภ์ทั้งหมด 11 ครั้ ง โดยไม่มีปัญหาอะไร นอกจากมดลูกแข็งตัวในช่วงไตรมาสที่ 3 ซึ่งเมื่อรับประทานยาคลายตัวมดลูก ก็สามารถควบคุมได้ เธอคลอดบุตรตามฤกษ์ดี เมื่ออายุครรภ์ 38 สัปดาห์ ได้ทารกเพศชาย น้ำหนัก 3,850 กรัม มีคะแนนศักยภาพแรกคลอด 9 และ 10 (คะแนนเต็ม 10) ณ เวลา 1 และ 5 นาทีตามลำดับ

โลกหมุนเปลี่ยนและเจริญเร็วมากในลักษณะโลกาภิวัฒน์ ผู้คนส่วนใหญ่พากันดีใจในความรวดเร็วของการเดินทางและเทคโนโลยี แต่จริงๆแล้ว ความดีงามแห่งจิตใจมนุษย์กลับงอกงามช้าลงทุกที ในทิศทางที่ตรงกันข้ามกับความเจริญ ซึ่ง..แน่นอน!!! เหล่าผู้คนที่รู้มาก มีเงินมาก มีกำลังมาก มักจะเอาเปรียบและทำลายผู้ที่อ่อนแอกว่าอย่างไร้ความปรานี เดี๋ยวนี้ ผู้คนมากมายมุ่งแต่จะทำมาหากินอย่างละโมบโลภมาก ไม่ใช่เพียงแค่เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง แต่ต้องการที่จะขันแข่งและแย่งเอาสิ่งของจากผู้อื่นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ความเมตตาปรานี เริ่มเลือนหายไปจากก้นบึ่งแห่งจิตใจของมนุษย์ทุกวันนี้เสียแล้ว

โชคดี….ที่พวกเราเกิดมาบนผืนแผ่นดินไทย ดินแดนที่มีพุทธศาสนาและพระแก้วมรกตคู่บ้านคู่เมือง หากท่านยังมีบุญอยู่ ก็จงอย่าหลงไหลไปกับความเจริญศิวิไล เมื่อมี ‘เวลา’ ก็ลองหันหน้าเข้าหาวัด ปฏิบัติธรรม และทำความดีบ้าง ความดีนั้น ก็จะส่งผลกลับมา ทำให้ท่านโชคดี เหมือนกับข้าพเจ้าที่ทำคลอดทารกแฝดได้อย่างปลอดภัย หรือได้ลูกสมหวังเหมือนดังกรณีคุณกมลรัตน์ …

&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&

พ.ต.อ. นพ .เสรี ธีรพงษ์ ผู้เขียน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น