ช็อคโกแลต ซีส (1)

ช็อคโกแลต ซีส (Chocolate cyst) คืออะไร??? ดูเหมือนว่า คนธรรมดาทั่วไป จะได้ยินคำๆนี้มาจนชิน แต่..หากถามว่า รู้เรื่องมากน้อยแค่ไหน? ข้าพเจ้าเชื่อว่า คงมีน้อยคนนักที่จะทราบเรื่องราวของช็อคโกแลต ซีส อย่างแท้จริง แม้แต่ตัวแพทย์เอง ที่ไม่เคยรักษาเกี่ยวกับโรคนี้ บางที ก็ยังไม่เข้าใจลึกซึ้งถึงปัญหาของมัน….ซึ่งมีเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับ ช็อคโกแลต ซีส (Chocolate cyst) ในหลายๆแง่มุม สำหรับเรื่องที่ข้าพเจ้าจะเล่าต่อไป ก็เป็นเพียงหนึ่งในแง่มุมเหล่านั้น แต่..มีความสำคัญเกี่ยวกับวิถีชีวิตของผู้หญิงอย่างมาก

ช่วงนี้ ข้าพเจ้าทำการผ่าตัดช็อคโกแลต ซีส หลายราย ยากบ้าง ง่ายบ้าง การผ่าตัดทุกรายมีเรื่องให้ได้เรียนรู้ ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในโอกาสข้างหน้าได้ ที่สำคัญคือ สามารถแนะนำแก่ผู้หญิงทุกคนได้ ว่า ‘หากเธอพบเจอช็อคโกแลต ซีส (Chocolate cyst) ในตัวเองเป็นครั้งแรก เธอควรจะเลือกวิธีการรักษายังไงดี??’ เพราะการก้าวไปในเส้นทางการรักษาที่ผิดนั้น มีอันตรายอย่างล้นเหลือ เปรียบได้กับการก้าวเข้าไปสู่วงการยาเสพติด ก็ว่าได้ เพราะพอได้รับการผ่าตัดครั้งที่หนึ่งแล้ว คนไข้ ก็มีโอกาสสูง ที่จะต้องเข้ารับการผ่าตัดครั้งที่ 2 , 3 และ 4 …เช่นนี้ เรื่อยไปจนกว่าจะหมดระดู หรือชีวิตจะหาไม่….

มีคนไข้รายหนึ่ง ครั้งแรก เธอได้รับการผ่าตัดช็อคโกแลต ซีส แบบผ่าเปิดหน้าท้องที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง พอถัดมาอีก 1 ปี ช็อคโกแลต ซีส ก็มาเกิดขึ้นที่รังไข่อีกข้าง เธอจึงต้องเข้ารับการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้องที่โรงพยาบาลเอกชนอีกแห่ง ต่อมา เธอต้องการรักษาภาวะมีบุตรยาก จึงมาที่โรงพยาบาลตำรวจ ข้าพเจ้าได้เจาะท้องส่องเข้าไปดูภายในช่องท้องของเธอ ปรากฏว่า มีพังผืดยึดติดลำไส้เต็มไปหมด และปกคลุมอุ้งเชิงกรานจนมองไม่เห็นยอดมดลูก ต่อมา คนไข้รายนี้ ร้องขอให้ข้าพเจ้าตัดมดลูก เพราะทนต่อการเจ็บปวดท้องน้อยไม่ได้ ข้าพเจ้าพยายามห้ามปราม แต่คนไข้ก็ขอร้อง.. ในที่สุด เมื่อทำการผ่าตัด ข้าพเจ้าก็ไม่สามารถทำได้ในเบื้องต้น เพราะพังผืดมีมากและยึดติดแน่นจนปิดอุ้งเชิงกราน ข้าพเจ้าต้องขอความช่วยเหลือจากศัลยแพทย์ ในการเลาะพังผืดให้ก่อน.. หลังจากตัดเอามดลูกทิ้งไปได้ไม่นาน เธอก็เกิดภาวะลำไส้อุดตัน และต้องเข้ารับการแก้ไข รักษาจากศัลยแพทย์เป็นเวลาหลายปี เวลาผ่านไป 4 – 5 ปี ปรากฏว่า เศษเนื้อเยื่อของรังไข่ที่เหลือเพียงเล็กน้อย ได้ก่อให้เกิดช็อคโกแลต ซีส ขึ้นอีกในตัวคนไข้รายนั้น ซึ่งข้าพเจ้าไม่สามารถผ่าตัดให้ได้แล้ว และส่งต่อให้ศัลยแพทย์ดำเนินการ คนไข้ต้องทุกข์ทรมานกับความเจ็บปวดของโรคนี้อยู่หลายปี คาดว่า คงเป็นเช่นนี้อีกนานนับ 10 ปี… คิดดูซิว่า การเริ่มต้นผ่าตัดเพียงครั้งเดียว ก่อผลร้ายต่อคนไข้ถึงเพียงนี้ ดังนั้น หากไม่จำเป็นจริงๆ ‘คนไข้ช็อคโกแลต ซีส ไม่ควรเข้ารับการผ่าตัดด้วยวิธีผ่าเปิดผนังหน้าท้อง โดยเด็ดขาด’ ซึ่ง..คุณทัศนีย์ เป็นตัวอย่างที่ดี ของคนไข้ในกรณีเช่นนี้

คุณทัศนีย์ อายุ เพียง 21 ปี ก็มาเข้ารับการผ่าตัดเป็นครั้งที่ 2 แล้ว ผู้ป่วยเคยผ่าตัดมาครั้งหนึ่ง เมื่อปี พ.ศ. 2552 ด้วยเรื่องปวดท้องน้อย และพบถุงน้ำช็อคโกแลต ซีส (Chocolate cyst) ทางด้านขวา ที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดแห่งหนึ่ง เธอเล่าว่า คุณหมอที่ผ่าตัดให้ ได้ตัดรังไข่และปีกมดลูกด้านขวาทิ้ง เนื่องจากถุงน้ำรังไข่มีขนาดใหญ่ ยึดติดแน่นกับพังผืด การผ่าตัดใช้วิธีผ่าเปิดหน้าท้อง และลงมีดกรีดแผลที่ผิวหน้าท้องเป็นแนวขวางตามขอบกางเกงใน (Pfannenstiel incision) เพื่อความสวยงาม

คุณทัศนีย์มาหาข้าพเจ้าที่โรงพยาบาลเอกชน ด้วยเรื่องปวดท้องน้อยเวลามีระดู และปวดมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งข้าพเจ้าสงสัยว่า อาจจะเกิดมีถุงน้ำช็อคโกแลต ซีส ขึ้นในรังไข่ข้างที่เหลือ ข้าพเจ้าได้ตรวจอัลตราซาวนด์ผ่านทางช่องคลอดให้กับเธอ และพบว่า มีถุงน้ำช็อคโกแลต ซีส เกิดขึ้นทางด้านซ้ายจริงๆ ขนาดเท่ากับเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 เซนติเมตร ตอนนั้น ข้าพเจ้าแนะนำให้คุณทัศนีย์มาผ่าตัดที่โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อลดค่าใช้จ่าย

ที่โรงพยาบาลตำรวจ ประมาณกลางเดือนมกราคม 2554 ข้าพเจ้าได้ตรวจดูอัลตราซาวนด์ให้คุณทัศนีย์อีกครั้ง พบถุงน้ำช็อคโกแลต ซีส และ สิ่งที่มองคล้ายเนื้อเยื่อหลายชิ้นภายในโพรงมดลูกของเธอ ดังนั้น ข้าพเจ้า จึงนัดผ่าตัดผ่านกล้องให้กับเธอในช่วงปลายเดือนมกราคม ข้าพเจ้าบอกกับคุณทัศนีย์ว่า ‘ผมไม่แน่ใจว่า จะสามารถผ่าตัดถุงน้ำนี้ผ่านกล้องได้สำเร็จ เพราะคุณเคยผ่าตัดเลาะถุงน้ำรังไข่ด้วยมือมาแล้ว ซึ่งอาจทำให้เกิดพังผืดมากมาย สำหรับกรณีของคุณ คุณหมอท่านเดิมได้ใช้วิธีตัดรังไข่และปีกมดลูกออก..ซึ่งคงใช้เวลาน้อย ผลคือ พังผืดอาจจะมีไม่มาก ก็ได้ ผมจะลองพยายามผ่าตัดผ่านกล้องดูก่อน แต่…ต้องเตรียมใจว่า คุณมีโอกาสถูกผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง’

ที่ห้องผ่าตัด ข้าพเจ้าเจาะท้องเป็นรู ขนาดเส้นผ่าศุนย์กลาง 10 มิลลิเมตร ที่ตรงสะดือก่อน เพื่อสอดใส่เลนซ์ จากนั้น ก็เจาะรูขนาด 5 มิลลิเมตร ที่บริเวณหน้าท้องด้านซ้ายล่าง เหนือต่อ Iliac crest ประมาณ 1 นิ้ว เมื่อส่องดูภายในช่องท้อง ปรากฏว่า ข้าพเจ้าไม่สามารถมองเห็นมดลูกที่ผู้ช่วยกระดกจากทางด้านล่างได้เลย เนื่องจากมีลำไส้ใหญ่ทอดผ่านด้านบนและเกาะติดแน่นกับตัวมดลูก ข้าพเจ้าลองใช้เครื่องมือ (Grasping forceps) เขี่ยลำไส้ส่วนนั้น แต่ก็ไม่มีการขยับแม้เพียงเล็กน้อย ข้าพเจ้าตัดสินใจเปลี่ยนวิธีการผ่าตัด เป็นการผ่าเปิดผนังหน้าท้องทันที

คาดไม่ถึง!!.. ข้าพเจ้าไม่สามารถใช้มือคลำและดัน (Blunt dissection) ลำไส้ให้แยกตัวจากมดลูกได้ เพราะพังผืดยึดเกาะติดแน่นบริเวณนั้นมาก ข้าพเจ้าเริ่มจากเลาะไปทางด้านขวาก่อน เพราะมีแนวโน้มจะเป็นไปได้ โดยการดันลำไส้ใหญ่ด้วยสันมือ (Blunt dissection) ไปตามอุ้งเชิงกรานด้านขวา แต่..พอลงลึกไปสักหน่อย ก็ไม่สามารถดันต่อไปได้ ส่วนทางด้านซ้าย ข้าพเจ้ามองไม่เห็นหนทางเลย เพราะลำไส้ใหญ่ปิดทางหมด โดยทอดตัวเป็นแนวยาวพาดผ่านทางด้านบนของมดลูก ติดชิดกับกระเพาะปัสสาวะ ข้าพเจ้าหมดทางที่จะทำได้แล้ว จึงบอกให้พยาบาลนำเอาอัลตราซาวนด์มา เพื่อมาส่องดูทางช่องคลอด หาตำแหน่งที่แน่นอนของตัวถุงน้ำรังไข่ช็อคโกแลต ซีส

ยังไม่ทันที่จะทำเช่นนั้น คุณหมอรวิวรรณ ก็อาสามาเข้าช่วยผ่าตัด ข้าพเจ้าบอกกับคุณหมอว่า ‘ช่วยพี่เลาะพังผืดหน่อย พังผืดคนไข้รายนี้ ยึดติดแน่นมาก หากให้ศัลยแพทย์มาเลาะ คนไข้มีโอกาสถูกตัดมดลูกสูง!!’ ข้าพเจ้าสลับที่ยืนให้คุณหมอรวิวรรณเป็นตำแหน่งหลักในการผ่าตัด คุณหมอรวิวรรณกล่าวอย่างเกรงใจว่า “หนูก็ไม่รู้เหมือนกันว่า จะผ่าตัดเลาะพังผืดออกได้หรือไม่??” ข้าพเจ้าขอร้องเธอว่า “ลองดูหน่อยเถอะ คนไข้ผ่าเปิดหน้าท้อง หากไม่ทำผ่าตัดอะไรให้เลย คนไข้ก็เจ็บตัวเปล่า ตอนนี้พี่หมดจินตนาการที่จะผ่าตัดเลาะแล้ว”

คุณหมอรวิวรรณลองใช้กรรไกรคมตัดเลาะทีละน้อยๆ แยกลำไส้ใหญ่จากกระปัสสาวะทางด้านหน้า สักพักหนึ่ง ก็มองแห็นตัวถุงน้ำช็อคโกแลต ซีส ข้าพเจ้ารู้สึกดีใจมาก ออกปากชมคุณหมอว่า “สุดยอด” เพราะเมื่อมองเห็นถุงน้ำช็อคโกแลต ซีส ทางด้านบนเช่นนี้ ก็สามารถเลาะเอาผนังของถุงน้ำออกได้อย่างแน่นอน โดยการเจาะทะลุถุงน้ำลงไป ของเหลวที่มีลักษณะเหมือนน้ำช็อคโกแลต ก็ไหลทะลักออกมา พวกเราล้างภายในถุงน้ำนั้นจนสะอาดพอสมควร จากนั้น ก็เลาะลอกเอาเฉพาะผนังของถุงน้ำช็อคโกแลต ซีส (Cystectomy) ออกมา แม้จะยาก แต่ก็สามารถทำได้อย่างเรียบร้อย ตอนนั้น มีเส้นเลือดแดงเส้นหนึ่งแตกและเลือดพุ่งออกมาด้านล่างข้างใต้ส่วนถุงน้ำที่ลอกออกแล้ว คุณหมอรวิวรรณก็ใช้คีมปากโค้งจับ และผูกด้วยด้ายเอ็นหนังแกะเบอร์ 2 พอหยุดเลือดได้ คุณหมอก็เอาวัสดุ ที่ชื่อว่า Surgicel และ Gel Foam ใส่เข้าไปภายในช่องว่างเดิม เพื่อเติมให้เต็ม ข้าพเจ้ารู้สึกดีใจ ที่คุณทัศนีย์ ได้รับการผ่าตัดแก้ไขเอาส่วนถุงน้ำที่เป็นปัญหาออกได้ จากเดิมที่มีความรู้สึกห่อเหี่ยว เพราะเลาะพังผืดออกไม่ได้

หลังผ่าตัด คนไข้ได้ไปนอนที่หอผู้ป่วยชั้น 11 ตึกมงคลกาญจนา ข้าพเจ้าได้ไปเยี่ยมในวันรุ่งขึ้น คุณทัศนีย์ถามว่า ‘ได้ผ่าตัดอะไรบ้าง??’ ข้าพเจ้าได้เล่าให้ฟังโดยไม่ได้ปิดบังว่า กรณีของเธอนั้น ผ่าตัดยุ่งยากมาก จนเกือบจะทำไม่สำเร็จ โชคดี!! ที่เชิญคุณหมอท่านอื่นเข้ามาช่วย ซึ่งเปิดโอกาสให้การผ่าตัดเป็นไปได้ ดีกว่า ดื้อ ถือดี ดันทุรัง ทำผ่าตัดต่อไปเอง

คุณทัศนีย์นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ 5 วัน ก็ได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้ นี่คือ ตัวอย่างหนึ่งของโรคถุงน้ำช็อคโกแลต ซีส (Chocolate cyst) ที่คนไข้ทุกคนควรจำใส่ใจไว้เลยว่า หากผ่าตัดด้วยวิธีผ่าเปิดหน้าท้องในครั้งแรกที่พบเจอ ย่อมเกิดพังผืดยึดติดแน่นภายในอุ้งเชิงกรานได้ ในการผ่าตัดครั้งต่อๆไป จะยุ่งยากมาก เพราะโรคนี้ มีโอกาสเกิดซ้ำในรังไข่ข้างที่เหลือ ค่อนข้างสูง สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ ควรรีบมี ‘ลูก’ หลังผ่าตัด เพราะโอกาสตั้งครรภ์หลังผ่าตัดผ่านกล้อง จะมีสูงมาก ภายใน 1 ปีแรก แต่หากผ่าตัดด้วยมือและเปิดหน้าท้อง โอกาสท้องหลังผ่าตัดจะมีน้อยกว่า แต่จะมีโอกาสตัดมดลูกสูง เมื่อเวลาผ่านไป

ช็อคโกแลต ซีส (Chocolate cyst) เป็นโรคกรรมโรคเวรของผู้หญิง หากคุณหมอรักษาผิดพลาด ก็เสมือนพาคนไข้ก้าวไปสู่เส้นทางนรก แต่..ถ้าเจอในครั้งแรก แล้วคุณหมอรักษาถูกวิธี อันหมายถึง คนไข้ได้รับการผ่าตัดผ่านกล้อง คุณหมอก็จะกลายเป็นหมอเทวดา เพราะคนไข้จะไม่ค่อยมีพังผืดภายในช่องท้อง ผลที่ตามมา คือ คนไข้ตั้งครรภ์ได้ง่าย ผู้หญิงที่ได้รับการรักษาด้วยวิธีนี้ มักตั้งครรภ์ภายใน 1 ปี หลังผ่าตัด ดังนั้น โปรดช่วยกันบอกต่อๆไป ว่า ‘เป็นถุงน้ำรังไข่ ชนิด ช็อคโกแลต ซีส (Chocolate cyst) แล้ว ไม่ต้องตกใจ ควรเข้ารับการรักษาผ่าตัดผ่านกล้องเลย เพราะถือเป็น สิ่งที่ต้องทำก่อนการรักษาวิธีการอื่น (First Priority) ’

โลกนี้ ไม่มีความยุติธรรมหรอก สำหรับทุกคนที่เกิดมา เพราะแต่ละคนทำกรรมมาไม่เหมือนกัน คนที่ร่างกายแข็งแรง สุขภาพดี ก็เพราะเคยประกอบกรรมดี มาแต่ชาติปางก่อน แต่.. เมื่อเราเกิดมาแล้ว จะไปรู้ได้อย่างไรว่า ชาติก่อนเราเคยทำกรรมอะไรไว้ ดังนั้น เมื่อเกิดมาแล้ว ก็ต้องหมั่นประพฤตดี ทำกรรมที่เป็นกุศล สร้างผลบุญใหญ่ๆ พอเกิดปัญหาโรคภัยไข้เจ็บ จะได้ผ่อนหนักเป็นเบา ซึ่ง..หากท่านได้พบเจอเพื่อนๆ พี่ๆหรือน้องๆ ผู้หญิง ที่เป็นช็อคโกแลต ซีส (Chocolate cyst) โปรดช่วยแนะนำให้เธอเหล่านั้น รักษาโดยการผ่าตัดผ่านกล้องเถิด ก็จะนับว่า ท่านได้สร้างกุศลบุญยิ่งใหญ่แล้วครั้งหนึ่งในชีวิต..

&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&

พ.ต.อ. นพ. เสรี ธีรพงษ์ ผู้เขียน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น