ช็อคโกแลต ซีส วิกฤตของชีวิต

“ช็อคโกแลต ซีส (Chocolate cyst หรือ Endometriotic cyst) ชื่อนี้ คนไทยทั่วไปคุ้นเคยกันดี เนื่องจาก สตรีจำนวนหนึ่ง มากถึง 15% ป่วยเป็นโรคเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) อันเป็นต้นกำเนิดของช็อคโกแลต ซีส (Chocolate cyst) เมื่อผู้คน ป่วยเป็นโรคนี้กันมาก ก็มีการพูดจาถ่ายทอดกันปากต่อปาก ถึงความเลวร้ายของมัน จนคำๆนี้กลายเป็นคำไทยติดปากคำหนึ่ง….ว่าไปแล้ว ช็อคโกแลต ซีส หรือโรคเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ นับเป็นมหันตภัยร้ายอย่างหนึ่งของชีวิตผู้หญิง ที่….เราทุกคน ควรให้ความสนใจ หลายวันมานี้ ข้าพเจ้ารู้สึกไม่ค่อยสบายใจเลย เกี่ยวกับการรักษาคนไข้ ช็อคโกแลต ซีส…. คนไข้รายหนึ่งที่เพิ่งผ่าตัดไป แล้วเกิดปัญหา เนื่องด้วย เป็นช็อคโกแลต ซีส ที่มีความซับซ้อน.. และมีพังผืดแน่นหนา แม้เพิ่งผ่าตัดเป็นครั้งแรก…. ช็อคโกแลต ซีส ที่ได้รับผ่าตัดไป ในหลายรายกลับมาเกิดถุงช็อคโกแลต ซีส (Recurrent Endometriotic cyst) ซ้ำอีก อย่าวรวดเร็ว และมีความรุนแรงยิ่งกว่าเดิม….. เช่นนี้แล้ว!!! ทางที่ดี.. เราควรจะรับมือกับโรค ช็อคโกแลต ซีสอย่างไร?คุณสุภาวดี อายุ 34 ปี แต่งงานได้ 4 ปี ยังไม่มีบุตร เธอเคยได้รับการตรวจพบถุงน้ำรังไข่ที่โรงพยาบาลต่างจังหวัด ในเครือประกันสังคม คุณหมอที่นั่น บอกว่า ‘ไม่น่าจะเป็นอะไร และไม่ได้ให้การรักษาใดๆ’ หลังจากนั้น เธอก็นิ่งนอนใจ ไม่ค่อยใส่ใจกับโรคนี้ จวบจนกระทั่งเมื่อราว 2 – 3 เดือนก่อน เธอเริ่มมีอาการปวดท้องน้อยและปวดระดู เธอจึงเข้ามารับการตรวจที่โรงพยาบาลตำรวจ ข้าพเจ้าตรวจอัลตราซาวนด์ผ่านทางช่องคลอดให้กับคุณสุภาวดี พบว่า มดลูกมีขนาดปกติ แต่รังไข่ด้านขวามีถุง ช็อคโกแลต ซีส ขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 8 เซนติเมตร ข้าพเจ้าจึงแนะนำให้คุณสุภาวดี เข้ารับการผ่าตัดผ่านกล้อง ที่ห้องผ่าตัด วันนั้นยังจำได้ เป็นวันพฤหัสบดี ตอนบ่าย ข้าพเจ้าเจาะท้องให้กับเธอทั้งหมด 4 รู (Port) ตามปกติ เพราะคิดว่า การผ่าตัดคงไม่มีปัญหา แต่…ที่ไหนได้ ก้อนถุงน้ำช็อคโกแลต ซีส ข้างขวา มันกลับกลายเป็นก้อนถุงที่ยุ่งเหยิง (Complex mass) ขนาดใหญ่ กล่าวคือ ถุงน้ำนั้นมี ส่วนปีกมดลูก และปากแตร (Fimbria) ขมวดเข้าไปรวมกับ ช็อคโกแลต ซีส เป็นถุงเดียวกัน ข้าพเจ้าใช้เครื่องมือเจาะทะลุทางด้านล่างของถุงน้ำ Complex mass ที่คาดว่า มีถุงช็อคโกแลต ซีส ซ่อนอยู่ ทำให้ถุงน้ำนั้นแตกและมีของเหลวสีช็อคโกแลต (Chocolate content) ไหลออกมา เมื่อดูดและล้างพอสมควรแล้ว ก็ลองเลาะผนังของถุงช็อคโกแลต ซีส ปรากฏว่า การเลาะ ทำได้ยากมาก ข้าพเจ้ากลัวว่า หากดื้อดึงทำผ่าตัดผ่านกล้องต่อไป อาจจะทำให้ลำไส้ทะลุได้ จึงหยุดตรงนี้ไว้ก่อน หันมาดูทางด้านซ้ายของอุ้งเชิงกรานของคุณสุภาวดี ถึงแม้ว่า จะไม่มีช็อคโกแลต ซีส ก็ถือเป็นหน้าที่ของข้าพเจ้า ที่จะเลาะให้ปีกมดลูก และรังไข่ลอยเป็นอิสระ (Free and float) แต่..ไม่น่าเชื่อว่า คนที่ไม่เคยผ่าตัดมาก่อนเช่นคุณสุภาวดี จะมีพังผืดยึดติดระหว่างลำไส้ใหญ่กับปีกมดลูกด้านซ้ายอย่างแน่นหนา ข้าพเจ้าใช้เครื่องมือเขี่ยและดันยังไง ก็ไม่สามารถแยกเอาส่วนของปีกมดลุกและรังไข่ออกมาจากพังผืดได้ สรุปว่า ทางด้านซ้าย สถานการณ์ยิ่งแย่ไปใหญ่ ข้าพเจ้ามองไม่เห็นรังไข่และปีกมดลูกเลย เช่นนี้แล้ว ขืนข้าพเจ้าเลาะลุยต่อ มีหวังต้องเกิดการบาดเจ็บของอวัยวะข้างเคียงอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างแน่นอน ข้าพเจ้าจึงตัดสินใจจะผ่าเปิดหน้าท้อง (Laparotomy) เพื่อให้การผ่าตัดง่ายและทำได้มากขึ้นก่อนจะผ่าตัดเปิดหน้าท้อง (Laparotomy) ข้าพเจ้าขอให้พยาบาลห้องผ่าตัดช่วยโทรศัพท์เรียกสามีคุณสุภาวดี เข้ามาในห้องผ่าตัด และดูสภาพภายในช่องท้องของคนไข้ว่า มันเป็นยังไง?? เพื่อให้เข้าใจสภาพความเป็นจริงภายในช่องท้องขณะนี้ มิฉะนั้น คนไข้และสามีอาจเข้าใจผิดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับการผ่าตัด พอสามีคุณสุภาวดีเข้ามาในห้องผ่าตัด ข้าพเจ้า ก็ใช้กล้องส่องให้เห็นสภาพภายในช่องท้องของคุณสุภาวดี และชี้แจงถึงส่วนของพังผืดในอุ้งเชิงกรานว่า เป็นอย่างไร?? ส่วนที่มองเห็นชัดเจน ก็มีแต่ ตัวมดลูกที่กระดกให้ลอยสูง ส่วนปีกมดลูกด้านขวา ก็มองเห็นเป็นก้อน Complex mass ที่ส่วนข้างใต้มีการแตกทะลุจากการใช้เครื่องมือเจาะ เพื่อที่จะเลาะเอาเปลือกของถุงช็อคโกแลต ซีส… พูดไป ข้าพเจ้า ก็บอกถึง แนวทางการผ่าตัดต่อไปว่า ‘ผมจำเป็นต้องผ่าเปิดหน้าท้อง (Laparotomy) เพื่อเลาะเอาผนังของถุงช็อคโกแลต ซีส (Cyst wall) ด้านขวาออก ให้มากที่สุด ส่วนทางด้านซ้าย (Left Adnexa) ก็จะพยายามเลาะพังผืด เพื่อให้รังไข่และปีกมดลูกลอยขึ้นมาเป็นอิสระ ต่อไป ภรรยาคุณจะได้มีโอกาสท้องเองได้ แต่..จะทำได้มากน้อยแค่ไหน ก็ต้องขึ้นกับสภาพความเป็นจริง’ ข้าพเจ้าเอง ก็ไม่แน่ใจว่า จะผ่าตัดเลาะพังผืดได้มากน้อยแค่ไหน เพราะดูท่าจะยาก อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงกับลงทุนผ่าเปิดหน้าท้องของคนไข้ ข้าพเจ้า ก็ต้องทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้พอผ่าเปิดหน้าท้องจริงๆ…ข้าพเจ้าอยากจะร้องไห้ เพราะก้อนถุงน้ำช็อคโกแลต ซีส ปีกมดลูกทางด้านขวาของคุณสุภาวดี (Right adnexa) ที่เจาะทะลุเข้าไปแล้ว ข้าพเจ้าไม่สามารถเลาะเอาผนังของถุงถุงช็อคโกแลต ซีส (Cyst wall) ได้หมด นอกจากนั้น ยังไม่สามารถเลาะดึงเอาท่อนำไข่ข้างขวา ให้มันลอยขึ้นมาได้อย่างอิสระ อย่างไรก็ตาม ก็คงต้องทำเพียงแค่นั้น เพราะจำเป็นต้องเหลือเนื้อรังไข่ให้คนไข้ เพื่อจะได้ไปทำเด็กหลอดแก้วต่อ หากคุณสุภาวดีมีบุตรแล้ว ข้าพเจ้าจะตัดทิ้งปีกมดลูกด้านนี้เสีย เพราะยังไง ยังไง ช็อคโกแลต ซีส ต้องกลับมาเป็นซ้ำ (Recurrent) อีกอย่างแน่นอน การเหลือซากของผนังถุงช็อคโกแลต ซีสบางส่วน ย่อมไม่เป็นผลดี แต่…จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อเธอยังไม่มีบุตร เราจำเป็นต้องเหลือเนื้อรังไข่บางส่วนเอาไว้กระตุ้นไข่ในภายภาคหน้า เพื่อเจาะเอาไข่ (Oocyte) ออกมา และทำให้เป็นตัวอ่อนเด็กหลอดแก้ว (Embryos)ที่แย่ยิ่งกว่านั้น คือ ปีกมดลูกทางด้านซ้าย แม้ผ่าตัดเปิดหน้าท้องแล้ว ข้าพเจ้ายังไม่สามารถเลาะเอาท่อนำไข่ให้มันลอยขึ้นมาได้เลย… แถมยังเกิดปัญหา….ซะด้วย การผ่าตัดเลาะทางด้านซ้าย (Left adnexa) นั้น ข้าพเจ้าใช้วิธี Blunt technique คือ ใช้สันมือและปลายนิ้วทุกนิ้วของมือขวา เซาะแยกลำไส้ใหญ่กับผนังอุ้งเชิงกรานส่วนล่าง ออกจากกัน เพื่อหาปีกมดลูกข้างซ้าย แต่…เลาะยังไง ก็มองไม่เห็นปีกมดลูก.. น่าเสียดาย!! เพราะอุตส่าห์ผ่าเปิดหน้าท้อง ยังทำไม่ได้อีก น่าเจ็บใจจริงๆ… อย่างไรก็ตาม หากเลาะลึกลงไปอีก ถึงแม้จะเป็น Blunt technique ก็ตาม ลำไส้ใหญ่ก็มีสิทธิทะลุได้ ข้าพเจ้าเลาะไปมากพอสมควร ก็เห็นว่า คงทำไม่สำเร็จแน่ และอาจเกิดภาวแทรกซ้อน ข้าพเจ้าจึงหยุด และหันมา จี้หยุดเลือด (Stop bleeding) ตอนแรก ข้าพเจ้าแทบจะจี้หยุดเลือดไม่ได้ด้วย เพราะหาจุดเลือดออกไม่เจอ เลือดออกเป็นแบบซึมจากพื้นผิวลำไส้ที่ถลอก (Raw surface) ซึ่งกินบริเวณกว้าง.. ข้าพเจ้าคิดในเบื้องต้นว่า จะใส่แผ่นสายยางระบายที่ชื่อ Penrose drain ไว้ เวลามีน้ำเลือดตกค้าง มันก็จะไหลผ่าน Penrose drain แล้วมาออกที่ด้านนอก แต่..ในที่สุด ก็โชคดี ข้าพเจ้าสามารถหยุดเลือดได้ ข้าพเจ้าจึงปิดหน้าท้องของคนไข้ โดยไม่ต้องใส่ Penrose drain ข้าพเจ้าเดินออกจากห้องผ่าตัดแบบคนหมดแรง และหมดกำลังใจ เพราะทำไม่ได้ตามที่ตั้งใจไว้ ปากก็พร่าบ่นไปตามทางว่า ‘เซ็ง.. เซ็ง… เซ็ง’…. ใครได้ยิน เป็นถามถึงสาเหตุ ข้าพเจ้า ก็เล่าให้ฟังว่า ‘วันนี้ผ่าตัดแล้ว ไม่ได้ตามที่หวัง นอกจากนั้น ยังไม่รู้ว่า จะมีภาวะแทรกซ้อนอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า? เพราะข้าพเจ้าเลาะพังผืดไปเยอะและดันลำไส้ให้แยกจากอุ้งเชิงกราน ลงลึกค่อนข้างมาก ตรงตำแหน่งปีกมดลูกด้านซ้าย’ ตอนบ่าย ข้าพเจ้าได้ไปเยี่ยมคนไข้ เลยถือโอกาสชี้แจงทำความเข้าใจกับคนไข้และสามีอีกครั้ง เพื่อให้ทราบแนวทางปฏิบัติต่อไปว่า ควรจะทำอย่างไร ข้าพเจ้าลองใช้หูฟังแนบที่ท้องคนไข้ เผื่อว่า จะได้ยินเสียงร้องของการเคลื่อนไหวของลำไส้ แต่…ก็ไม่ได้ยิน อย่างไรก็ตาม คิดว่า ข้าพเจ้าไม่น่าจะทำให้ลำไส้คนไข้ทะลุ..เพราะภาพที่เห็นตอนไปเยี่ยมคนไข้นั้น ดูเธอยิ้มแย้มแจ่มใส คนไข้ที่เกิดภาวะแทรกซ้อน ‘ลำไส้ทะลุ’ นั้น อาการทั่วไปของคนไข้จะแลดูทรุดโทรมมาก และมักมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรงตลอดเวลา… แม้ฉีดยาแก้ปวด คนไข้ ก็จะทุเลาเพียงชั่วครั้งชั้วครู่ วันรุ่งขึ้น ตอนเช้า ข้าพเจ้ารีบไปดูคนไข้ ก็เห็นคุณสุภาวดีมีสีหน้าแจ่มใสเช่นเดิม เมื่อใช้หูฟังแนบที่หน้าท้อง ก็ได้ยินเสียงร้องของการเคลื่อนไหวของลำไส้ ข้าพเจ้ารู้สึกดีใจ เหมือนตอนมารดาได้ยินเสียงการเต้นของหัวใจลูกน้อยในท้องเวลาฝากครรภ์อย่างนั้นเลย คุณสุภาวดีค่อยๆฟื้นตัวอย่างช้าๆ…. วันหนึ่ง ข้าพเจ้ามีเวลา ก็เข้าไปพบเธอและสามี พร้อมกับให้คำแนะนำว่า“กรณีของคุณสุภาวดี คงต้องทำเด็กหลอดแก้วและหยอดตัวอ่อนทางปากมดลูกเท่านั้น ไม่สามารถท้องโดยวิธีธรรมชาติได้ เพราะปีกมดลูกเสียทั้งสองข้าง เมื่อคุณสุภาวดีแข็งแรงดี ในราว อีก 1 – 2 เดือนข้างหน้า ผมไม่อยากให้รอต่อไป ผมว่า น่าจะรีบไปทำเด็กหลอดแก้ว ที่โรงพยาบาลจุฬาฯเลย เพราะขืนรอช้า ถุงช็อคโกแลต ซีส ต้องกลับคืนมาอย่างแน่นอน เนื่องจากยังมีเศษผนังของถุงช็อคโกแลต ซีสเหลืออยู่.. เจ้าถุงถุงช็อคโกแลต ซีส นี้ สามารถกลับมาเกิดซ้ำใหม่ (Recurrent) เร็วที่สุด ก็ใช้เวลาเพียง 3 – 4 เดือนหลังผ่าตัดเท่านั้นมีคนไข้รายหนึ่ง ผมเพิ่งผ่าตัดไปเมื่อไม่นานมานี้.. จู่ๆ หลังจากผ่าตัด ประมาณ 3 เดือน ก็มีถุงช็อคโกแลต ซีสกลับมาอีกข้างเดิม ขนาดใหญ่กว่าเดิมด้วย ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5 – 6 เซนติเมตร กรณีของคุณคุณสุภาวดี ก็อาจเป็นเช่นนี้ได้ วิธีการรักษา คือ‘ต้องเจาะดูด ของเหลวในถุงช็อคโกแลต ซีส ด้วยเข็มยาวๆ (Transvaginal needle) ผ่านทางช่องคลอดและล้างด้วย Alcohol จากนั้น ก็ฉีดยา (Enantone) แก่คนไข้ เพื่อให้ถุงช็อคโกแลต ซีสยุบตัวลง ซึ่งใช้เวลา ประมาณ 3 เดือน แล้วถึงทำเด็กหลอดแก้ว’ นี่คือหลักการ ซึ่งมีข้อปลีกย่อย อีกหลายประการ อาทิ แอลกอฮอล์ (Alcohol) อาจจะรั่วเข้าไปในช่องท้อง ตอนที่ล้างผ่านเข็มที่เจาะทางช่องคลอด อันเป็นเหตุให้คนไข้ปวดท้องได้ กรณีแบบนี้ แม้ไม่ร้ายแรง แต่..ถ้าคนไข้ไม่เข้าใจ ก็จะร้องเรียนหรือฟ้องร้องได้ การรักษาเช่นนี้ คงต้องทำในโรงพยาบาลรัฐ จะไปทำในโรงพยาบาลเอกชน อาจไม่เหมาะสม เพราะต้องมีการประชุมแพทย์ เพื่อหาข้อสรุปในการรักษาที่ดีที่สุด” เรื่องราวการักษาผ่าตัดถุงช็อคโกแลต ซีส นั้น ในบางครั้ง ก็จะประสบกับปัญหาดังที่เล่ามา.. คนไข้ ต้องเข้าใจธรรมชาติของโรคว่า ยิ่งโรคเป็นนาน และไม่ปวดเท่าไหร่ ถุงช็อคโกแลต ซีส ยิ่งมีขนาดโตมากขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้แล้ว อาจมีความรุนแรงของโรคมากขึ้นด้วย โดยกลายเป็น ก้อนถุงที่ซับซ้อน (Complex mass) พังผืดหนาแน่น จนยากแก่การผ่าตัดเลาะการป้องกันและรักษาที่ดีที่สุดสำหรับโรคถุงช็อคโกแลต ซีส นี้ คือ ‘การตั้งครรภ์’ สตรีที่ตั้งครรภ์ตอนอายุน้อยๆ นับว่า มีข้อได้เปรียบอย่างมาก ในการป้องกันโรคเยื่อบุมดลุกเจริญผิดที่ อันเป็นสาเหตุแห่งโรคนี้ เสียงเพลงบรรเลงไพเราะเสนาะหู ที่ข้าพเจ้าชอบฟัง ยังคงบรรเลงเจื้อยแจ้ว คลอไปกับการเขียน ข้าพเจ้าฟังดูให้รู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติของมนุษย์ในโลกนี้ หากไม่มีโรคร้ายๆดังที่เล่ามา ชีวิตของผู้หญิงจำนวนมากก็คงมีความสุขไม่น้อย พร้อมกับมีลูกไม่ยาก เหมือนกับคนโบราณ ใครเลย จะรู้ว่า ชีวิตนั้น จะวิกฤต ก็เพราะโรคที่ผิดธรรมชาติเช่นนี้……. ฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿พต.อ. นพ .เสรี ธีรพงษ์ ผู้เขียน “,

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น