โสเภณีที่รัก

 

           วันนี้ มีสตรีสาวสวยทำงานออฟฟิศแห่งหนึ่ง  ขอให้ข้าพเจ้าค้ำประกันการซื้อรถใหม่ให้เธอ ในวงเงิน 8 แสนบาท  ข้าพเจ้าได้ปฏิเสธ  เพราะคิดว่าเธอคงแบกรับภาวะหนี้ที่จะก่อครั้งนี้ไม่ไหว คนที่มีรายได้เพียงเดือนละ 15,000 บาท  ไหนเลยจะผ่อนค่ารถเดือนละ 1 หมื่นบาทได้

           "รับรองว่า  ดิฉันจะไม่ทำให้คุณหมอเดือดร้อนแน่นอน"  สาวสวยคนดังกล่าวรับประกันด้วยคำพูดอย่างแข็งขัน  เธอไม่รู้หรอกว่า คำรับรองเช่นนี้  ข้าพเจ้าเคยได้ยินครั้งแล้วครั้งเล่ายามต้องการให้เราค้ำประกัน  แต่หลังจากนั้น คำพูดเหล่านี้ ก็เป็นเพียงลมปากที่หาค่าอันใดไม่

 ข้าพเจ้าถามเธอว่า "รถยนต์เป็นสิ่งจำเป็นมากนักหรือ"

           สาวคนสวยก้มหน้าแทนคำตอบและพลางเขียนอะไรสักอย่างบนโต๊ะทำงาน ข้าพเจ้าพูดถามอะไรไป  เธอก็ตอบคำถามแบบแกน ๆ เธอคงแค้นใจที่ข้าพเจ้าปฏิเสธคำขอร้อง

 ความจริงข้าพเจ้าหวังดีต่อเธอ เพราะค่าใช้จ่ายสำหรับรถยนต์ไม่ใช่มีเฉพาะค่าผ่อนรถ ค่าใช้จ่ายมีจิปาถะนับตั้งแต่น้ำมัน  ค่าตรวจสภาพรถ  ค่าอะไหล่  และอื่น ๆ อีกมากมาย  ซึ่งเธอจะต้องประสบปัญหาในวันข้างหน้าอย่างแน่นอน

             สตรีสาวสวยจำนวนมากเป็นอย่างนี้ อยากได้ ในสิ่งที่มือเอื้อมไม่ถึง อยากมี ในสิ่งที่สูงค่าและอยากเป็น ดาวค้างฟ้าที่ส่องแสงเจิดจ้าในหมู่ผู้คนบนท้องถนน ความอยากได้อยากเป็นและอยากมีนี่เอง  ทำให้หลายคนพลัดหลงไปในถนนสายโลกีย์

 ข้าพเจ้าและเพื่อนหลายคนเคยเข้าไปในสถาน อาบ อบ นวด ตามคำชวนเชิญของคนไข้รายหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้จัดการที่นั่น

            ผู้จัดการคนนี้เล่าว่า "กิจการ อาบ อบ นวด ที่นี่เพิ่งเปิดกิจการมาได้ 4 ปี  ลงทุนไป 400 ล้าน  ในยุคที่เศรษฐกิจใกล้จะล้มละลาย 2-3 ปีที่ผ่านมา  ที่นี่ ยังมีกำไรดีพอสมควรประมาณเดือนละ 4-5 ล้าน  ตอนที่เริ่มเปิดกิจการใหม่ ๆ เศรษฐกิจยังเฟื่องฟู มีกำไรถึงเดือนละ 20 ล้าน"

             สถานที่แห่งนี้ มีอาณาเขตประมาณ 5 ไร่  เป็นอาคารใหญ่ทันสมัยสูง 8 ชั้น ชั้นล่างมีห้องอาหารชั้นดี  อาหารเลิศรส  และบรรยากาศแห่งความบันเทิงอย่างเต็มเปี่ยมส่วนที่เป็นจุดเด่นสะดุดตาเห็นจะเป็น ห้องตู้กระจกขนาดใหญ่ที่ตกแต่งไว้อย่างงดงาม ภายใน มีสาวสวยนุ่งน้อย  ห่มน้อยจำนวนมากนั่งอยู่

             พวกเราเดินผ่านห้องอาหารห้องโถงชั้นล่างและขึ้นลิฟท์ไปชั้นที่ 8  ซึ่งมีห้อง วี.ไอ.พี. เต็มไปหมด  มองดูแล้ว  คล้ายกับห้องพักในโรงแรม ระดับ 5 ดาวทีเดียว  ผู้จัดการคนดังกล่าวพาพวกเราไปยังห้องรับรอง  ที่จุคนได้ประมาณ 20 คน

            ภายในห้องรับรอง  ประดับประดาตกแต่งอย่างดี  มีโต๊ะอาหารยาวใหญ่ตัวหนึ่งอยู่ตรงกลาง สำหรับแขกนั่งรับประทานอาหาร โต๊ะตัวนี้นั่งได้ประมาณ 15 คน  ด้านข้างของห้องมีเก้าอี้โซฟา 2 ตัว วางอยู่ชิดติดผนังห้อง 2 ด้าน ในรูปตัว L ด้านหน้าและด้านหลังห้อง มีโทรทัศน์คาราโอเกะตั้งอยู่  ทุกสิ่งที่นี่มีพร้อมสำหรับผู้มาหาความบันเทิงยามค่ำคืนจริง ๆ

            จากนั้นไม่นาน มีสตรีสาวสวย 3 คน  มานั่งที่โซฟา คอยพูดจาเป็นเพื่อนคุยและร้องเพลงคาราโอเกะ พวกเราบางคนเชิญเธอเหล่านั้นไปสนทนาตามลำพังยังห้องว่างถัดไป ส่วนคนที่เหลือ ก็พูดคุยกันเอง และร้องเพลงคาราโอเกะอย่างสนุกสนาน  ผู้จัดการเล่าว่า

             "ผู้หญิงที่นี่ หน้าตาดี มารยาทเรียบร้อย สุภาพ ทุกคนมาทำงานด้วยความสมัครใจไม่มีใครถูกบังคับ  แถมหากใครไม่ปฏิบัติตามกฎของที่นี่จะถูกเชิญออก และห้ามเข้ามาหากินอีกต่อไป  อย่าคิดว่าเธอเหล่านี้ไม่มีเงินน่ะ  เกือบทุกคนมีรถยนต์ส่วนตัว บางคนมีรถเบนซ์ บางคนมีรถบีเอ็ม ราคามีตั้งแต่คันละหลายแสนจนถึงหลายล้านบาท  ผู้หญิงสวยระดับดารา ไม่ต้องอยู่ในตู้กระจก  เพราะมีคนโทรจองตัวทุกคืน เฉพาะค่าทิปคนเชียร์แขกประมาณ 3,000 บาท  แล้วค่าตัวของเธอจะเป็นเท่าไรก็คิดดูเอาเอง  ค่าชั่วโมงที่แขกจะต้องจ่ายให้กับสถานที่ก็เพียงชั่วโมงละ 300 บาท นอกนั้นเป็นค่าห้อง ค่าอาหาร เครื่องดื่ม ตามความเป็นจริง  ราคาอาหารพอ ๆ กับภัตตาคารหรู  ทั่ว ๆ ไป"

              สำหรับแขกหรือบุคคลทั่วไปที่คิดจะมาเที่ยวหาความสำราญ ณ สถานที่นี้ จำเป็นต้องพกเงินมามากพอสมควร  มิฉะนั้น อาจต้องเสียหน้าเที่ยวกู้หนี้ยืมสินคนอื่นมาชดใช้ค่าความบันเทิง หลายคนคิดว่า จะพบภาพของบรรดานักเลง อันธพาลในสถานที่แบบนี้  ข้าพเจ้าบอกได้เลยว่า   "ไม่มี" แขกและบริการทุกคนที่เดินไปมาล้วนสวมใส่เสื้อผ้ารองเท้าอย่างดี มีกิริยาสุภาพ

 ข้าพเจ้าไม่ได้สอบถามถึงการตรวจร่างกายและการตรวจเลือดประจำเดือน ของพวกบรรดาสาวสวยในตู้กระจก  แต่เป็นที่รู้กันว่า  ที่นี่เคร่งครัดมาก  สตรีสาวสวยคนใดตรวจพบมีเลือดบวกอย่างใดอย่างหนึ่ง ถือว่า เธอหมดอนาคตสำหรับที่นี่…

            ที่ข้าพเจ้ากล่าวมา  เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสตรีที่อยากมีในสิ่งของสูงค่า เช่น บ้านหรู รถยนต์โออ่า  และอยากได้มาครอบครองโดยที่ไม่ต้องทำงานหนักมาก

            การทำงานหนัก  ไม่ได้หมายความว่า  ต้องได้รับค่าตอบแทนมากเสมอไป  สตรีสาวสวยที่ขอให้ข้าพเจ้าค้ำประกัน ทำงานวันละ 9 ชั่วโมง มีรายได้เพียงหมื่นกว่าบาท  เฉพาะค่าเสื้อผ้า ค่าเครื่องสำอาง และค่ากินอยู่ในแต่ละเดือน คงทำให้มีเงินเหลือเก็บอยู่ไม่มากนัก

 ยังมีสตรีอีกประเภทหนึ่งก้าวเข้ามาในถนนสายโลกีย์ด้วย ความจำเป็น ความจำเป็นในที่นี้คือ ไม่มีอาชีพ และไม่มีโอกาส แต่ขณะเดียวกันจำเป็นต้องใช้เงินในการดำรงชีวิตประจำวัน

             8 นาฬิกาของเช้าวันนี้ มีคนไข้สตรีวัยรุ่นอายุ 17 ปี มาที่ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลด้วยเรื่องปวดท้องน้อยด้านขวา ปวดอย่างมาก ปวดตลอดเวลา อาชีพของเธอ คือ เด็กบาร์ มีหน้าที่คอยนั่งเป็นเพื่อนคุยกับแขก เกือบทุกคืนเธอจะมีเพศสัมพันธ์กับแขกที่มาเที่ยว เด็กสาวเหล่านี้ไม่มีความรู้เกี่ยวกับโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์  เธอรู้แต่เพียงว่า ถ้าไม่ทำ ก็ไม่มีรายได้เพียงพอที่จะจุนเจือครอบครัวและตัวเองค่าตอบแทนที่ได้รับนั้นน้อยมาก เมื่อเทียบกับความเสี่ยงต่อกามโรคและโรคเอดส์

             ศัลยแพทย์ พอทราบว่า เป็นเด็กบาร์ และเคยมานอนโรงพยาบาลด้วยเรื่องโรคติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน (ACUTE PELVIC INFLAMMATORY DISEASE) ครั้งหนึ่งก็ขอให้ทางสูติแพทย์เป็นฝ่ายรับผิดชอบ

              โดยปกติ โรคติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน (ACUTE PELVIC INFLAMMATORY DISEASE) เป็นโรคที่รักษาโดยยา (MEDICAL TREATMENT) ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด ยกเว้นมีข้อบ่งชี้ คือ ปีกมดลูกและรังไข่  กลายเป็นถุงหนองขนาดใหญ่ (TUBO-OVARIAN ABSCESS) ซึ่งการรักษาทางยาไม่ได้ผล  คนไข้จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเอามดลูก ปีกมดลูก และรังไข่ออกทั้งหมด ซึ่งสตรีผู้นั้นจะไม่มีโอกาสเป็น "แม่" ได้อีกตลอดชีวิต

             ใครลองหลับตาจินตนาการว่า สาววัยรุ่นอายุ 20 ปีเศษ ซึ่งไม่มีมดลูกและรังไข่ ต่อไป เธอจะมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร  พูดถึงอาชีพเดิมที่ทำอยู่ คงต้องหยุดอยู่แค่นั้น ส่วนการกลับไปมีครอบครัว คงเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก

              สิ่งที่สำคัญ คือ โรคเอดส์ (AIDS) ซึ่งแพร่กระจายทางเพศสัมพันธ์ สาววัยรุ่นเหล่านี้ บางคนทำงานหาเงินยังไม่ถึงปี ก็ต้องประสบโชคร้าย ติดเชื้อเอดส์ จากผู้ชายที่ชอบเที่ยวกลางคืน ไม่ต้องบอกใคร ๆ ก็รู้ว่า เธอจะต้องออกจากงานประจำ บางคนร่อแร่ แพร่กระจายเชื้อเอดส์ไปด้วยความแค้นใจ  บางคนขายตัวต่อไปเพื่อต้องการนำเงินมารักษาชีวิตส่วนที่เหลืออยู่

 สำหรับคนไข้สตรีวัยรุ่นรายนี้มีอาการปวดท้องน้อยด้านขวาอย่างมาก แต่จากการที่มีของเหลวคล้ายหนองภายในช่องคลอด ทำให้ต้องวินิจฉัยเบื้องต้นเป็นโรคติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน

 อย่างไรก็ตาม โรคหนึ่งที่ต้องนึกถึงด้วยสำหรับคนไข้ที่ปวดท้องน้อยด้านขวา คือ ไส้ติ่งอักเสบ  ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงจำเป็นต้องเจาะท้องส่องกล้อง (DIAGNOSTIC LAPAROSCOPE) ในเวลาต่อมาเนื่องจากหากเป็นไส้ติ่งอักเสบ (APPENDICTIS) แล้วไม่ได้รับการผ่าตัดภายใน 24 ชั่วโมง จะเกิดภาวะแทรกซ้อน เกิดภาวะไส้ติ่งกลายเป็นถุงหนอง (APPENDICIAL ABSCESS) ซึ่งรุนแรงมาก  และต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ

                การเจาะท้องส่องกล้อง (DIAGNOSTIC LAPAROSCOPE) เป็นวิธีการหนึ่งที่ใช้กับคนไข้สตรี  ซึ่งปวดท้องอย่างมาก เพื่อต้องการแยกโรคที่จำเป็นต้องผ่าตัดรักษา อาทิเช่น ไส้ติ่งอักเสบ ท้องนอกมดลูก ออกจากโรคที่รักษาด้วยยาก็ได้ผล เช่น  โรคติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน  เป็นต้น

                สำหรับคนไข้สตรีรายนี้ จากพยาธิสภาพที่ปรากฏ เราวินิจฉัยได้ว่า เธอเป็นเพียงโรคติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน (ACUTE PELVIC INFLAMMATORY DISEASE) อย่างเดียว แม้ว่าไส้ติ่ง (APPENDIX) ของเธอจะมีขนาดใหญ่ และยาว และไม่มีลักษณะอักเสบชัดเจน

 ศัลยแพทย์ได้เข้ามาในห้องผ่าตัดช่วยดู และให้เหตุผลว่า ไส้ติ่งสภาพแบบนี้ไม่น่ามีปัญหา คนไข้ควรได้รับการรักษาทางยาเป็นเวลา 3-4 วัน จากนั้นค่อยให้ยาไปรับประทานเองที่บ้าน  หากเธอกลับไปทำงานให้บริการทางเพศต่อ  ก็คงต้องกลับมาเช่นนี้อีก  ไม่แน่คราวต่อไปเธออาจเป็นไส้ติ่งอักเสบ (APPENDICITIS)  ที่ไม่มีใครสนใจจนกระทั่งไส้ติ่งกลายเป็นถุงหนองขนาดใหญ่ (ABSCESS) และแตกออกมา (RUPTURE)

                 สตรีที่ขายบริการทางเพศ หรือที่เรียกกันติดปากว่า โสเภณี นั้น มีหลายระดับ มีทั้งที่เปิดเผย อย่างเช่น พวกที่นั่งในตู้กระจก  และที่ไม่เปิดเผย ดังเช่น สาวออฟฟิศ  นักศึกษา  ทุกคนเริ่มต้นเพราะความจำเป็นทางด้านการเงิน   แต่เหตุผลต่างกัน  บางคนยากจน  บางคนไม่ยากจน แต่ออยากได้และอยากมีสิ่งของสูงค่าราคาแพงที่มือเอื้อมไปไม่ถึง  อย่างไรก็ตาม โสเภณี ทุกคน ย่อมเสี่ยงอย่างมากต่อโรคติดเชื้อทางกรรมพันธุ์  รวมทั้งโรคเอดส์ ซึ่งไม่คุ้มค่ากับความอยากได้อยากมี

                    ไม่มีใครช่วยเหลือโสเภณีเหล่านี้ได้  นอกเสียจากการให้โอกาสของสังคม การให้ความรู้  และการยอมรับโดยการลงทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย

 ข้าพเจ้าอยากให้มี "องค์กรเพื่อสิทธิโสเภณี" ที่ตั้งขึ้นมาอย่างเปิดเผยและเป็นที่รู้จักทั่วประเทศคอยช่วยเหลือโสเภณีทุกคนโดยปราศจากเงื่อนไข เช่น จัดหางานให้ฝึกหัดอาชีพใหม่ ดูแลเรื่องสุขภาพ  เป็นต้น

                     ข้าพเจ้าเชื่อว่า โดยธรรมชาติของสตรี  ไม่มีใครอยากเป็นโสเภณี  ดังนั้น เราทุกคนควรให้โอกาสเธอ  ถ้าไม่มีใครให้โอกาส ก็ยากที่บรรดาโสเภณีจะหลุดพ้นจากโชคร้ายต่าง ๆ อย่าไปหลงเชื่อตามภาพยนตร์อย่างเด็ดขาดว่า สักวันหนึ่งจะมีพระเอกเศรษฐีหนุ่มหล่อที่มาเที่ยวยามราตรีและขอเธอแต่งงาน โดยเปลี่ยนนามขนานจาก "ดอกไม้ริมทาง" เป็น "ที่รัก"

 โลกนี้อาจไม่ยุติธรรมสำหรับเธอ แต่เกิดเป็นคน คงต้องดิ้นรนต่อไป คงมีสักวันที่เธอจะพบเส้นทางชีวิตใหม่ที่สวยสดใส ขอให้โชคดี …โสเภณีที่รัก…

พ.ต.อ. นพ. เสรี ธีรพงษ์  ผู้เขียน

 

 

 

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น