ครรภ์ไข่ปลาอุก

ประสบการณ์อันเลวร้ายของการตั้งครรภ์ คือ ตั้งครรภ์แล้วไม่ได้ลูก ในสตรีบางคน
นอกจากจะไม่ได้ลูกแล้ว ยังอาจโชคร้าย ตกอยู่ในภาวะอันตรายจาก \”มะเร็ง\” อีก \”มะเร็ง\”
ที่ว่านี้ คือ \”มะเร็งครรภ์ไข่ปลาอุก\” ซึ่งมีความร้ายกาจ ไม่แพ้มะเร็งชนิดอื่น ๆ เหมือนกัน
ลองจินตนาการดูซิว่า สตรีอายุน้อย ๆ วัยเจริญพันธ์ ตั้งครรภ์ (ไข่ปลาอุก) ขึ้นมา
แล้วประสบโชคชะตาเป็น \”มะเร็ง\” เธอผู้นั้นจะมีความทุกข์มากขนาดไหน
\”ครรภ์ไข่ปลาอุก\” มีความเป็นมาอย่างไร ทำไมจึงมีความน่ากลัวอย่างนั้น
ปรกติ เซลล์ที่มีศักยภาพในการแบ่งตัวและเจริญเติบโต ใกล้เคียงกับเซลล์มะเร็ง ก็
คือ เซลล์สืบพันธุ์ที่ผ่านการปฏิสนธิแล้ว เซลล์สืบพันธุ์เมื่อปฏิสนธิกันตามปรกติระหว่าง \”ไข่\” กับ
\”อสุจิ\” จะได้ \”เซลล์ตัวใหม่\” เพียงเซลล์เดียว แต่เซลล์เพียงเซลล์เดียวตัวนี้มีศักยภาพสูง
มาก ๆ สามารถแบ่งตัวเจริญเติบโตเป็นเซลล์จำนวนมากมาย เซลล์เหล่านี้จะแยกย้ายและรวมตัว
กันกลายเป็นอัวยวะต่าง ๆ และร่างกายมนุษย์ได้ในที่สุด โดยใช้ระยะเวลาเพียง 9 เดือนเท่านั้น
เซลล์มะเร็ง แตกต่างจาก เซลล์สืบพันธุ์ที่ผ่านการปฏิสนธิแล้วตรงที่ เซลล์มะเร็ง
มีการแบ่งตัวและเจริญเติบโตไปอย่างมากมายแบบไร้ทิศทาง ไม่มีระเบียบ เซลล์มะเร็ง ไม่
สามารถแยกย้ายและรวมตัวกันเป็นอวัยวะได้ แต่จะกลายเป็นก้อนเนื้อที่มีขนาดใหญ่และมีลักษณะ
หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว แม้ชาวบ้านธรรมดา ๆ มองดูก็รู้ว่า เป็นก้อนเนื้องอกมะเร็ง ยิ่งเซลล์
มะเร็ง เผยแพร่กระจายไปในอวัยวะใด ก็จะเหนี่ยวนำให้เซลล์ของอวัยวะนั้น ๆ กลายเป็นพวก
มันไปด้วย ในที่สุดอวัยวะต่าง ๆ จะไม่สามารทำงานในหน้าที่ที่ตัวเองรับผิดชอบได้ เกิดภาวะล่ม
สลายและล้มเหลวในการทำงาน สุดท้ายเจ้าของร่างกายทนไม่ได้ ต้องยอมแพ้และตายไป
ครรภ์ไข่ปลาอุก เกิดจากความผิดปรกติของการปฏิสนธิระหว่างเซลล์สืบพันธุ์ (ไข่&
อสุจิ) โดยปรกติการปฏิสนธิเกิดจากเซลล์สืบพันธุ์ที่สมบูรณ์อย่างละหนึ่งเท่านั้น ครรภ์ไข่ปลาอุก
มักจะเกิดจาก \”อสุจิ\” 1 ตัว ปฏิสนธิกับ \”ไข่\” 1 ใบ ซึ่งโครโมโซมเพศหลุดหายไป ทำให้ได้
\”ตัวอ่อน\” ที่มีโครโมโซมเพศเฉพาะจาก \”อสุจิ\” เท่านั้น อีกกรณีหนึ่งจะเกิดจาก \”อสุจิ\” 2 ตัว
เข้าปฏิสนธิกับ \”ไข่\” 1 ใบ ทำให้มีจำนวนโครโมโซมมากเกินไป เซลล์\”ตัวอ่อน\” ที่ได้จากทั้ง
2 กรณี จะไม่สมบูรณ์ และเจริญเติบโตแบ่งตัวอย่างไร้ระเบียบ แทนที่จะเป็น \”ตัวอ่อน\”
(EMBRYO) ของคน กลับกลายเป็น \”ถุงน้ำ\” อย่างหนึ่ง ลักษณะเหมือน \”เม็ดสาคู\” หรือ
\”ไข่ปลา\” จำนวนมากมายอยู่ภายในถุงน้ำคร่ำ
\”ถุงน้ำ\” เม็ดสาคูหรือไข่ปลา (MOLE) ภายในโพรงมดลูกนั้น เพิ่มจำนวนขึ้นอย่าง
รวดเร็ว ทำให้มดลูกโตไม่เป็นสัดส่วนตามอายุครรภ์ มดลูกจะขยายใหญ่อย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกันการตั้งครรภ์ไข่ปลาอุกชนิดนี้ จะสร้างฮอร์โมนเฉพาะที่เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ (HUMAN
CHORIOGONADOTROPIN ย่อเป็น hCG) ออกมา ฮอร์โมนชนิดนี้ มีสูตรโครงสร้างคล้ายกับ
ฮอร์โมนจากต่อมธัยรอยด์ ทำให้เกิดการกระตุ้นให้ต่อมธัยรอยด์ทำงานมากขึ้น คนไข้จะแสดง
ออกคล้ายกับเป็นโรคต่อมยรอยด์เป็นพิษ (HYPERTHYROIDISM) นอกจากนั้น คนไข้ยังอาจเกิด
ภาวะครรภ์เป็นพิษ (TOXEMIA) ขึ้นมา ขณะที่อายุครรภ์เพียง 20 สัปดาห์ก็เป็นได้
วิธีการรักษาไม่ยาก แต่ต้องวินิจฉัยให้แน่นอน การวินิจฉัยที่แน่นอนทำได้ง่าย ๆ โดย
ใช้เครื่องอัลตราซาวนด์ตรวจหน้าท้องดูภายในโพรงมดลูก ซึ่งจะไม่มองเห็นทารก แต่จะเห็นเป็น
ลักษณะคล้ายรวงผึ้งอยู่ภายใน (HONEY COMBAPPEARANCE)
การรักษา ใช้วิธีดูดเอา \”ถุงน้ำ\” เม็ดสาคูออกมาจนเกือบหมด จากนั้นจึงใช้
เครื่องมือขูดมดลูกที่มีลักษณะเป็นเหล็กยาวประมาณหนึ่งฟุต ซึ่งทำเป็นห่วงตรงปลาย (CURETTE)
เข้าไปขูดส่วนที่เหลือออกจนหมด ขั้นตอนต่อไปคือ การติดตามผลการรักษา (FOLLOW UP) ซึ่ง
ถือว่า สำคัญมากที่สุดอย่างหนึ่ง
วิธีติดตามผลการรักษา ทำได้โดย การตรวจร่างกาย,ตรวจภายใน,ตรวจด้วย
เครื่องอัลตราซาวนด์ และที่สำคัญมาก คือ ตรวจเลือดหาค่า hCG ซึ่งเป็นสารที่สร้างจาก เซลล์
ที่เกิดจากการตั้งครรภ์ (Syncytiotrophoblast) รวมทั้งเซลล์ของครรภ์ไข่ปลาอุกด้วย หาก
ค่า hCG ลดลงแต่ไม่มาก หรือภายหลังกลับเพิ่มขึ้นอีก แสดงว่า \”ถุงน้ำ\” เม็ดสาคู (MOLE) ยัง
หลงเหลืออยู่หรืออาจกลายเป็น มะเร็งครรภ์ไข่ปลาอุกไปแล้ว
เมื่อปีที่แล้ว มีคนไข้สตรีรายหนึ่ง มาหาข้าพเจ้าด้วยเรื่องว่า แท้งบุตรและได้รับการ
ขูดมดลูกมาแล้วจากโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง เวลาผ่านไป 3 สัปดาห์ยังมีเลือดไหลออกมาจาก
ช่องคลอด จำนวนมากอยู่เลย ระยะแรก ๆ หลังขูดมดลูกใหม่ ๆ คิดว่า น่าจะเป็นผลจากการขูด
มดลูก และไม่นานนักเลือดคงจะหยุดไปเอง ต่อมาเลือดยังคงไหลออกมาเป็นจำนวนมากโดยไม่มี
ทีท่าว่าจะหยุด จึงขอย้ายมารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลแห่งใหม่ ซึ่งข้าพเจ้ามาออกตรวจพอดี
ข้าพเจ้ามีความเห็นว่า ถ้าเป็นการแท้งบุตรธรรมดา คงไม่มีปัญหาเช่นนี้ ดังนั้นจึง
ทำการตรวจดูด้วยเครื่องอัลตราซาวนด์ผ่านทางช่องคลอด ผลปรากฏว่า ภายในโพรงมดลูกเต็มไป
ด้วย \”ถุงน้ำ\” เม็ดสาคู (MOLE) ดังนั้นคนไข้จึงได้รับการขูดมดลูกอีกครั้ง โดยเริ่มต้นจากการดูด
(SUCTION CURETTAGE) \”ถุงน้ำ\” เม็ดสาคู (MOLE)ออกให้มากที่สุดก่อน แล้วตามด้วยการขูด
มดลูกจริง ๆ จนกว่าจะหมด
ถึงแม้ว่า คราวนี้คนไข้จะไม่มีปัญหาเรื่องตกเลือด แต่จากการติดตามด้วยการเจาะ
เลือดตรวจ SERUM BETA hCG ปรากฏว่า ค่า SERUM BETA hCG ลดลงมาในช่วงแรก ๆ
จาก >200,000 หน่วย เป็น 7 หมื่นหน่วย และลดลงไปเรื่อย ๆ จนถึง 700 หน่วย ต่อมา
ปรากฏว่า ค่า SERUM BETA hCG กลับเพิ่มขึ้นอีก เป็น 920,3200,4200 หน่วย ข้าพเจ้าจึง
ต้องอธิบายให้คนไข้เข้าใจว่า มีโอกาสเป็นไปได้ 2 ทาง ทางแรก เกิดจากการแปรเปลี่ยนเป็น
\”มะเร็งครรภ์ไข่ปลาอุก\” (CHORIOCARCINOMA) ทางที่สองเกิดจากเซลล์ของ \”ถุงน้ำ\” เม็ด
สาคู (MOLE) ส่วนที่เหลืออยู่กัดกินเข้าไปในเนื้อมดลูก (INVASIVE MOLE) อย่างไรก็ตาม
การให้ยาฆ่ามะเร็ง (CHEMOTHERARY) เพียงชนิดเดียว (METROTREXATE) ติดต่อกัน 5 วัน ก็
เพียงพอต่อการรักษาแล้ว คนไข้ยินยอมทำตามคำแนะนำ ทำให้ผลการรักษาออกมาดี จากการ
ติดตามเจาะเลือดดู ค่า SERUM BETA hCG ลดลงเป็น 0 ในเวลาไม่กี่สัปดาห์หลังให้ยา นั่น
แสดงว่า เธอผ่านพ้นอันตรายจากภาวะแทรกซ้อนของ \”ครรภ์ไข่ปลาอุก\” ครั้งนี้แล้ว
ตามหลักการคนไข้ครรภ์ไข่ปลาอุกจะต้องคุมกำเนิดภายหลังทำแท้งเพื่อการรักษาแล้ว
เป็นเวลา 1 ปี ซึ่งคนไข้รายนี้ปฏิบัติตามคำแนะนำด้วยดีมาตลอด อย่างไรก็ตาม วันหนึ่งคนไข้
โทรมาหาข้าพเจ้าแล้วบอกว่า \”ตอนนี้ตั้งครรภ์ขึ้นมาแล้วประมาณ 2 เดือน ที่สำคัญ ดิฉัน
รับประทานยาขับเลือดชนิดน้ำไป 3 ขวด และชนิดเม็ดไป 3 ชุด ไม่รู้ว่าเด็กจะเป็นอันตรายหรือ
เปล่า ดิฉันคิดว่า จะไปทำแท้ง แต่คิดอีกที โทรมาปรึกษาคุณหมอก่อนจะดีกว่า\”
ข้าพเจ้าตอบกลับไปว่า \”อย่าเพิ่งไปทำแท้งนะครับ เข้ามารับการตรวจดูก่อน\”
เมื่อคนไข้มาตรวจ ข้าพเจ้าได้ตรวจดูด้วยเครื่องอัลตราซาวน์ผ่านทางช่องคลอด พบ
\”เงาทารกเล็ก ๆ พร้อมกับมีการเต้นของหัวใจด้วย\”
\”จากการตรวจดูด้วยเครื่องอัลตราซาวนด์ ขณะนี้คุณตั้งครรภ์ประมาณ 9 สัปดาห์
เท่ากับระยะเวลาที่ขาดประจำเดือนพอดี\” ข้าพเจ้าบอกกับคนไข้รายนี้
\”เด็กจะพิการหรือเป็นอะไรไหมคะ ดิฉันทานยาขับเลือดไปมาก ดิฉันไม่สบายใจ
เลย\” คนไข้ถาม
\”ผมคงรับรองอะไรไม่ได้ แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ก็ไม่เคยพบเด็กพิการจาก
การกินยาขับเลือด อย่างไรก็ตาม ห้ามกินยาอะไรอีกโดยไม่ปรึกษาหมอ\” ข้าพเจ้าอธิบายคร่าว ๆ
ถึงเรื่อง \”ยาขับเลือด\” เพราะพบมีผู้หญิงจำนวนมากมายชอบกินเวลาขาดประจำเดือน เพื่อทำ
แท้ง หรือขับให้เลือดระดูออกมาตามปรกติ ความจริงแล้ว กรณีที่ผู้หญิงคนใดก็ตามเกิดตั้งครรภ์ขึ้น
มา ยาขับเลือดสามัญประจำบ้าน ไม่ว่า ยาน้ำหรือยาเม็ด ก็ไม่สามารถทำให้แท้งบุตรออกมา
เป็นความเข้าใจผิดของคนทั่วไปเองว่า ยาเหล่านี้ช่วยขับเลือดในกรณีครรภ์อ่อน ๆ ได้
คนไข้ตัดสินใจไม่ทำแท้ง และมาฝากครรภ์ตามปรกติ ข้าพเจ้าได้ใช้เครื่องตรวจ
อัลตราซาวนด์ติดตามดูการเจริญเติบโตและความผิดปรกติของทารกเป็นระยะ ๆ แต่ไม่พบความผิด
ปรกติใด ๆ ยกเว้นเมื่อขณะคนไข้ตั้งครรภ์ได้ 32 สัปดาห์ เธอเคยเจ็บครรภ์ก่อนกำหนดมานอน
โรงพยาบาลครั้งหนึ่ง ซึ่งข้าพเจ้าสามารถยับยั้งไม่ให้เกิดกระบวนการคลอดสำเร็จ และยังควบคุม
การแข็งตัวของมดลูกมาได้โดยตลอด จวบจนกระทั่งครรภ์ครบกำหนด จึงได้ทำการผ่าตัดให้คลอด
บุตรออกมา ผลปรากฏว่า ได้ทารกเพศหญิง รูปร่างสวยงาม แข็งแรงสมบูรณ์ดี ไม่มีความพิการแต่
อย่างใด คนไข้สตรีรายนี้สารภาพว่า \”กังวลมาตลอดระยะเวลาที่ตั้งครรภ์ เพิ่งรู้สึกสบายใจ
เหมือนยกภูเขาออกจากอก เมื่อลูกคลอดออกมาแล้วไม่พิการวันนี้เอง\”
สตรีตั้งครรภ์ทุกคน ไม่ใช่จะโชคดีเสมอเหมือนกัน ในส่วนของสตรีที่โชคร้าย
ตั้งครรภ์ไข่ปลาอุก นั้น ใช่ว่าจะเลวร้ายกลายเป็น \”มะเร็ง\” ไปเสียทุกรายไป แม้มีปัญหาเกิด
ภาวะแทรกซ้อนโดยแปรเปลี่ยนเป็น \”มะเร็งครรภ์ไข่ปลาอุก\” จริง ๆ การแพทย์สมัยปัจจุบันก็
สามารถรักษาแก้ไขได้ ขอเพียงแต่ คนไข้ให้ความร่วมมือและไม่หนีหายจากการรักษาด้วยยาฆ่า
มะเร็ง (CHEMOTHERAPY) ไปเสียก่อน ดังตัวอย่างคนไข้ที่ได้กล่าวมาข้างต้น
ท่ามกลางความ โชคดี อาจมีความโชคร้าย แฝงอยู่ และท่ามกลางความโชคร้าย
อาจมีความโชคดีซ่อนอยู่ก็ได้ เราจึงไม่ควรดีใจหรือ เสียใจ จนเกินไป ยามประสบโชคดี หรือ
โชคร้าย โชคดี หรือโชคร้าย เป็นเรื่องของวาสนาฟ้าดิน ไม่มีอะไรห้ามได้ แต่ความไม่
ประมาท และ การแก้ไขตามแนวทางที่ถูกต้อง จะสามารถแปรเปลี่ยน \”โชคร้าย\” ให้กลับกลาย
เป็น \”โชคดี\” ได้โดยไม่ยากนัก

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
พ.ต.อ. นพ. เสรี ธีรพงษ์ ผู้เขียน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น