try another color:
try another fontsize: 60% 70% 80% 90%
Dr.Seri's Clinic คลินิกหมอเสรี

แม่และเด็ก

คนท้องกับโรคไข้เลือดออก

2 – 3 วันมานี้ มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญอย่างหนึ่งเกิดขึ้นกับข้าพเจ้า คือ ข้าพเจ้าเพิ่งทราบผลเลือดว่า เป็นเบาหวานระยะแรก ทันทีที่ทราบ ก็ทำให้ข้าพเจ้าเปลี่ยนวิถีชีวิต มีดวงจิตที่เศร้าหมองและเป็นทุกข์ จนต้องเข้าวัดเพื่อสงบใจ ในระหว่างนี้ ได้มีกัลยาณมิตรหลายท่านเข้ามาช่วยเหลือ โดยเฉพาะอาจารย์ 2 ท่าน ได้ให้ข้อคิดด้านธรรมะว่าด้วย ‘จิตมหัศจรรย์’ ซึ่งทำให้ข้าพเจ้ามีกำลังใจอย่างมาก และมีความมุ่งมั่นปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อแก้กรรมในอดีต
อย่างไรก็ตาม มีคนคนหนึ่งที่มีกรรมมากกว่าข้าพเจ้า เธอผู้นั้น คือ คุณสุมาลี อายุ 32 ปี ตั้งครรภ์ที่ 2 สำหรับครรภ์แรก ได้เกิดเหตุการณ์ร้ายขึ้นมาในช่วงอายุครรภ์เกินไปเพียง 1 สัปดาห์ คือ ลูกของเธอเสียชีวิตในครรภ์ การรักษาก็ทำได้เพียงเร่งให้คลอดตามธรรมชาติ คุณสุมาลีปลอดภัย แต่จิตใจเศร้าหมองเรื่อยมา
สำหรับครรภ์นี้ คุณสุมาลียังคงฝากครรภ์มาตลอดที่โรงพยาบาลตำรวจ การฝากครรภ์ดำเนินไปโดยไม่มีปัญหา จนกระทั่งวันอังคารหนึ่ง ขณะอายุครรภ์ได้ 36 สัปดาห์ 4 วัน เธอมีไข้สูง หนาวสั่น 12 ชั่วโมงก่อนมาโรงพยาบาล ปวดเมื่อยตามตัว มีน้ำมูกใส มีมดลูกแข็งตัวเป็นพักๆ ลูกดิ้นน้อยลง ไม่มีน้ำเดิน ไม่มีเลือดออกทางช่องคลอด
คุณสุมาลีมาถึงห้องคลอดตอนใกล้เที่ยง ตอนที่ข้าพเจ้าไปดูคนไข้ คุณสุมาลียังไม่มีอาการแสดงอะไรมาก อาการทั่วไปคล้ายกับว่า ‘เธอเป็นหวัด’ ข้าพเจ้าสอนนักศึกษาแพทย์ว่า “คนไข้รายนี้ มีประวัติที่เลวร้าย (bad obstetric history) บุตรเสียชีวิตตอนตั้งครรภ์ครบแล้ว ดังนั้น หากครรภ์นี้ อายุครรภ์ 38 สัปดาห์ พี่จะผ่าตัดคลอดให้ แต่ตอนนี้ อายุครรภ์เพียง 36 สัปดาห์เศษ เราทำเช่นนั้นไม่ได้ เพราะหากเด็กออกมาไม่ดี เราจะกลายเป็นคนบาป ดังนั้น เราควรรอไปอีกสักสัปดาห์หรือสองสัปดาห์ เพื่อให้ลูกของเธอแข็งแรงขึ้นและคลอดออกมาสมบูรณ์”

เคยผ่าตัดคลอด แล้วคลอดเองได้ไหม?

มีคำกล่าวว่า "Once a cesarean, always a cesarean" หมายความว่า ‘คนที่เคยได้รับการผ่าตัดคลอดมาก่อน ต้องเข้ารับการผ่าตัดคลอดต่อไปเสมอ’ คำกล่าวนี้เป็นจริงหรือเปล่า? และ..ควรจะดำเนินการตามนั้นหรือไม่? คนทั่วไปยังคงกังขา แม้นักศึกษาแพทย์ก็ไม่สามารถให้คำตอบได้
การคลอดเองทางช่องคลอดหลังจากเคยผ่าตัดคลอด (Vaginal Birth After Cesarean) นั้น เคยเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมากในหมู่แพทย์ทั่วโลกระยะหนึ่ง แต่..ในที่สุด ก็เป็นที่ยอมรับกันว่า เป็นสิ่งที่ ‘ถูกต้อง, มาตรฐานและนิยมแพร่หลาย’ในต่างประเทศ โดยมีชื่อย่อว่า “VBAC”
วันหนึ่ง ข้าพเจ้าอยุ่เวรโรงพยาบาล ตอนนั้นเป็นเวลาราวเที่ยงคืน พยาบาลห้องผ่าตัดได้โทรศัพท์มาบอกข้าพเจ้าว่า “มีคนท้องรายหนึ่งมาที่ห้องคลอด อายุ 24 ปี ท้องที่ 2 previous cesa (เคยได้รับการผ่าตัดคลอด) ปากมดลูกเปิดหมด หมอจะให้ทำยังไง?”
“ก็คงต้องปล่อยคลอดธรรมชาติ…” ข้าพเจ้าตอบ จากนั้น ก็รีบเดินทางมาที่ห้องคลอด เมื่อมาถึง มีนักศึกษาแพทย์เวรและพยาบาลของห้องคลอด 2-3 คนรออยู่แล้ว ข้าพเจ้าได้ตรวจดูประวัติเก่าของคนไข้ พบว่า ‘ลูกคนแรกของเธออายุ 6 ขวบ เธอเข้ารับการผ่าตัดคลอดเนื่องจากน้ำเดินขณะอายุครรภ์ไม่ครบกำหนด ลูกเธอมีน้ำหนักแรกคลอดเพียง 1,300 กรัม ปัจจุบัน ลูกคนนั้นแข็งแรงดี’ ข้าพเจ้าถามนักศึกษาแพทย์คนนั้นว่า “คนไข้รายนี้จะให้คลอดเอง หรือผ่าตัดคลอด”
“น่าจะให้คลอดเอง เพราะปากมดลูกเปิดหมดแล้ว” นักศึกษาแพทย์ตอบ
“มีหลักการยังไง? ที่จะให้คลอดเอง” ข้าพเจ้าถามต่อ
“คงต้องดูว่า เด็กตัวใหญ่หรือไหม? ถ้าเด็กตัวไม่ใหญ่ ก็น่าจะปล่อยให้คลอดเอง” นักศึกษาแพทย์ตอบ

หลังแท้ง หลังคลอด.. ใครว่า ปลอดภัย!!!!

คนที่บรรลุเป้าหมาย คนที่วิ่งผ่านเส้นชัย หรือคนที่พ้นวัยหนุ่มสาว มักเข้าใจว่า ต่อไปตนคงมีชีวิตที่สุขสงบ ราบเรียบ ดุจทะเลที่ไร้คลื่นลม แต่......ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ คนที่เพิ่งประสบความสำเร็จวันนี้ อาจล้มเหลวในเร็ววัน คนที่เพิ่งวิ่งผ่านเส้นชัย อาจล้มลงและลุกไม่ขึ้น คนชราในวัยเกษียร อาจเกิดโรคร้ายในภายหลัง ที่สำคัญ คือ คนไข้หลังแท้ง หลังคลอด อาจไม่ปลอดภัย และเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้ บางที...ก็ร้ายแรงจนรับไม่ได้
สัปดาห์ก่อน มีคุณยายท่านหนึ่ง อายุ 84 ปี มาที่โรงพยาบาลตำรวจด้วยเรื่องมีก้อนในท้อง ขนาดใหญ่มหึมาคล้ายดั่งตั้งครรภ์แฝดสาม ซึ่งส่งผลให้ผนังหน้าท้องสูงนูนตั้งแต่หัวเหน่าจนถึงลิ้นปี่ เหตุที่นำมาโรงพยาบาล ก็เนื่องจากหายใจลำบาก และกินอาหารไม่ได้!! ในที่สุด เมื่อคุณยายได้รับการผ่าตัด ปรากฏว่า ก้อนเนื้อที่ซ่อนอยู่นั้น คือ มะเร็งรังไข่!! ซึ่งภายในมีของเหลวลักษณะช้ำเลือดช้ำหนองจำนวนมากถึง 10 ลิตร ส่วนที่เป็นเนื้อ ก็มีมากมาย รูปร่างล้วนน่าเกลียด.. ใครจะเชื่อว่า สตรีอายุเกือบร้อยปี รังไข่ซึ่งฝ่อลีบหยุดทำงานไปแล้วกว่า 30 ปี จู่! จู่! จะกลับมาเจริญเติบโตอีกครั้งและกลายเป็นเนื้อร้ายมะเร็งก้อนใหญ่
สำหรับคนท้องหลังคลอด หลังแท้ง ก็เช่นกัน โดยทั่วไป สุขภาพน่าจะปลอดภัยและไม่มีปัญหาอะไร จากกระบวนการคลอดและการแท้ง แต่...อาจไม่เป็นเช่นนั้น
ภาวะแทรกซ้อนหลังคลอดนั้นพบได้บ่อย อาทิ ตกเลือด, ติดเชื้อ, รกค้าง ส่วนเรื่องราวที่จะเล่าต่อไป แม้เกิดขึ้นไม่บ่อย แต่ก็ควรใส่ใจและคิดถึงไว้ยามที่คนไข้หลังคลอดมีอาการช็อก

ครรภ์พิษ (4)

ไม่กี่วันที่ผ่านมา ได้เกิดเรื่องวุ่นวายเรื่องหนึ่งขึ้นในแผนกสูติ ของโรงพยาบาลตำรวจ แต่..ด้านหนึ่ง ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี เนื่องจากมีการรอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์ของคนท้องรายหนึ่งพร้อมกับลูกน้อย ซึ่ง..นับเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์มาก ถ้าไม่ใช่เพราะบุญเก่าของบุคคลทั้งสอง ก็ไม่รู้ว่า จะเรียกว่า อะไร!! คนท้องรายนี้อายุ 31 ปี มีอายุครรภ์ใกล้ครบกำหนด คือ 36 สัปดาห์เศษ เธอปวดศีรษะมากและมาที่ห้องฉุกเฉินเมื่อเวลา 5 นาฬิกา ทันทีที่คนไข้ถูกส่งมาถึงห้องคลอด เธอก็หยุดหายใจ พยาบาลและแพทย์ต่างวิ่งวุ่นช่วยเหลือโดยใส่ท่อหายใจ และส่งไปที่ห้องผ่าตัดอย่างฉุกเฉิน พร้อมทั้งโทรศัพท์แจ้งกับศัลยแพทย์ระบบประสาทว่า ‘คนไข้!! สงสัยมีเส้นเลือดในสมองแตก??’ เมื่อคนไข้ได้รับการผ่าตัดคลอดแล้ว ก็ถูกส่งต่อไปยังห้องผ่าตัดศัลยกรรม เธอได้รับการผ่าตัดสมองทันทีภายหลังจากเข้ารับการตรวจด้วยคอมพิวเตอร์เอกซเรย์ (CT scan) บุตรของเธอเป็นเพศชาย น้ำหนัก 3,070 กรัม แข็งแรงดี และได้กลับบ้านในเวลาต่อมา ส่วนคุณแม่ก็ดีวันดีคืนตามลำดับ ขณะนี้ คนไข้สามารถรับรู้คำพูดได้ดี แต่ปฏิกิริยาตอบสนองยังเชื่องช้า คาดว่า คงไม่นาน เธอก็จะกลับเป็นปรกติ

หยุดคิดสักนิด ชีวิตไม่ผิดพลาด

เวลาที่เราประสบกับปัญหา แล้วหาทางออกไม่ได้ หากใช้เวลาครุ่นคิดสักนิด บ่อยครั้ง ที่เราสามารถคลี่คลายได้ เนื่องจากเกิดมี ‘สติ’ และ ‘ปัญญา’ ปรากฏขึ้นมา ปัญหาของคนท้องก็เช่นเดียวกัน แก้ไขยาก เพราะหากผิดพลาด อาจหมายถึง สองชีวิตตกอยู่ในอันตราย.....มีอยู่บ่อยๆ ที่คุณหมอสูติต้องคิดพิจารณาอย่างหนักว่า จะทำอย่างไรดีกับภาวะแทรกซ้อนที่กำลังเผชิญอยู่ นั่น...ก็เป็นส่วนรับผิดชอบของสูติแพทย์ แต่...ในส่วนของคนไข้ ย่อมหนีไม่พ้น ‘การร่วมตัดสินใจกับแพทย์...’ ซึ่งหมายถึง ควรหาความรู้ให้มากที่สุดเกี่ยวกับภาวะแทรกซ้อนที่ตัวเองกำลังเป็นอยู่......
วันก่อน มีคนไข้รายหนึ่งชื่อ คุณนาตยา อายุ 27 ปี ตั้งครรภ์ที่ 2 ครรภ์แรกแท้งเมื่อ 6 ปีก่อนขณะตั้งท้องได้ 2 เดือน สำหรับครรภ์นี้ คุณนาตยา ตั้งครรภ์ได้ 11 สัปดาห์ เธอมีปัญหา คือ มีเลือดออกกะปิดกะปรอยจากช่องคลอด 2 -3 วันก่อนมาโรงพยาบาล ร่วมกับปวดท้องน้อย นักศึกษาแพทย์ฝึกหัดได้มาปรึกษากับข้าพเจ้าในตอนเช้าที่ห้องตรวจครรภ์ ข้าพเจ้าบอกกับเขา ‘ให้เอาคนไข้ไปทำอัลตราซาวนด์ เพื่อยืนยันว่า แท้งจริงหรือไม่” วันนั้น เผอิญ! การทำงานในช่วงเช้าวุ่นวายมาก ทำให้คุณนาตยาไม่ได้รับการตรวจอัลตราซาวนด์ พอถึงช่วงบ่าย นักศึกษาแพทย์ฝึกหัดคนเดิมได้ตรวจภายในให้กับคนไข้ เมื่อตรวจเสร็จ ก็มารายงานว่า “พบชิ้นเนื้อจุกอยู่ที่ปากมดลูกของคนไข้” ตอนนั้น ข้าพเจ้าเข้าใจจากคำพูดของเขาว่า ‘คนไข้ได้แท้งบุตรเรียบร้อยแล้ว ชิ้นเนื้อหลุดลอกออกมาจำนวนมาก จนมีชิ้นเนื้อบางส่วนจุกคาที่ปากมดลูก’ จึงพูดตอบว่า “พรุ่งนี้ จะขูดมดลูกให้กับคนไข้และ...” ยังไม่ทันจะพูดจบ

Syndicate content