try another color:
try another fontsize: 60% 70% 80% 90%
Dr.Seri's Clinic คลินิกหมอเสรี

สุขภาพงอแง

สองนรี

ปัจจุบัน มีคนพูดถึง "โคลนนิ่ง" กันมาก และอยากให้นำมาใช้ใน "คน" เสียด้วย
เท่าที่ทราบ "โคลนนิ่ง" เป็นความพยายามของนักวิทยาศาสตร์ ที่จะขยายพันธุ์สัตว์ ให้มีลักษณะ
เหมือนกับ ต้นแบบ ทุกประการ โดยไม่ผ่านกระบวนการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติ
หากสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับ "คน" ได้จริง ๆ คงจะมี "คน" ที่หน้าตาเหมือน ๆ
กัน เต็มไปหมด แล้วจะเกิดอะไรขึ้น...
ในความคิดของข้าพเจ้า หากเราเกิดมาพร้อมกับอีกคนหนึ่ง ซึ่งรูปร่างหน้าตาเหมือน
เราเกือบทุกประการ คงมีความรู้สึกแปลกพิกล บางคนอาจจะดีใจ บางคนอาจจะเฉย ๆ บาง
คนอาจจะเสียใจไปเลยที่สูญเสียความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง
โชคดี ที่ข้าพเจ้าเกิดมาตัวคนเดียว ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน เป็นหนึ่งใน
รูปลักษณ์อย่างนี้ ไม่ต้องเลียนแบบใคร จิตใจเป็นอิสระ ทำอะไรไม่ต้องสนใจคำนินทาว่าร้าย
กระทบกระเทียบเปรียบเปรยกับอีกคนที่หน้าตาท่าทางเหมือนเรา
มีอยู่วันหนึ่ง ข้าพเจ้าประทับใจมาก และเกิดความคิดประหลาดขึ้นมาอย่างหนึ่ง คือ
อยากจะวิเคราะห์ ความเป็นไป ของ "ฝาแฝด" ที่เหมือนกันอย่างกับแกะ ว่า ดีหรือไม่ดี อย่างไร
เพราะวันนั้น ภายในเวลา 24 ชั่วโมงที่รับผิดชอบอยู่เวรโรงพยาบาล ข้าพเจ้าต้องทำการผ่าตัด
คลอด ทารกแฝด ถึง 2 คู่ ซึ่งเป็นเรื่องที่นาน ๆ จะเกิดขึ้นสักครั้งหนึ่งใน ครรภ์แฝดธรรมชาติ
ที่สำคัญคือ ทารกที่คลอด เป็น "แฝดหญิง" ทั้ง 2 คู่เลย
"แฝดธรรมชาติ" อาจเกิดจากการปฏิสนธิของ "ไข่" ใบเดียวหรือหลายใบก็ได้ แฝด
ที่เกิดจาก "ไข่" หลายใบ หน้าตาจะไม่เหมือนกันทีเดียว เพียงแต่ละม้ายคล้ายกันดุจเป็นพี่น้อง
เท่านั้น บางคนจึงเรียกว่า "แฝดเทียม"
ส่วนแฝดที่เกิดจาก "ไข่" ใบเดียว จะมีหน้าตารูปร่างเหมือนกันมาก บางทีแยก
ไม่ออกเลยว่า ใครเป็นใคร ถ้าไม่ใช่พ่อแม่ บางคนจึงเรียกว่า "แฝดแท้"

ครรภ์ไข่ปลาอุก

ประสบการณ์อันเลวร้ายของการตั้งครรภ์ คือ ตั้งครรภ์แล้วไม่ได้ลูก ในสตรีบางคน
นอกจากจะไม่ได้ลูกแล้ว ยังอาจโชคร้าย ตกอยู่ในภาวะอันตรายจาก "มะเร็ง" อีก "มะเร็ง"
ที่ว่านี้ คือ "มะเร็งครรภ์ไข่ปลาอุก" ซึ่งมีความร้ายกาจ ไม่แพ้มะเร็งชนิดอื่น ๆ เหมือนกัน
ลองจินตนาการดูซิว่า สตรีอายุน้อย ๆ วัยเจริญพันธ์ ตั้งครรภ์ (ไข่ปลาอุก) ขึ้นมา
แล้วประสบโชคชะตาเป็น "มะเร็ง" เธอผู้นั้นจะมีความทุกข์มากขนาดไหน
"ครรภ์ไข่ปลาอุก" มีความเป็นมาอย่างไร ทำไมจึงมีความน่ากลัวอย่างนั้น
ปรกติ เซลล์ที่มีศักยภาพในการแบ่งตัวและเจริญเติบโต ใกล้เคียงกับเซลล์มะเร็ง ก็
คือ เซลล์สืบพันธุ์ที่ผ่านการปฏิสนธิแล้ว เซลล์สืบพันธุ์เมื่อปฏิสนธิกันตามปรกติระหว่าง "ไข่" กับ
"อสุจิ" จะได้ "เซลล์ตัวใหม่" เพียงเซลล์เดียว แต่เซลล์เพียงเซลล์เดียวตัวนี้มีศักยภาพสูง
มาก ๆ สามารถแบ่งตัวเจริญเติบโตเป็นเซลล์จำนวนมากมาย เซลล์เหล่านี้จะแยกย้ายและรวมตัว
กันกลายเป็นอัวยวะต่าง ๆ และร่างกายมนุษย์ได้ในที่สุด โดยใช้ระยะเวลาเพียง 9 เดือนเท่านั้น
เซลล์มะเร็ง แตกต่างจาก เซลล์สืบพันธุ์ที่ผ่านการปฏิสนธิแล้วตรงที่ เซลล์มะเร็ง
มีการแบ่งตัวและเจริญเติบโตไปอย่างมากมายแบบไร้ทิศทาง ไม่มีระเบียบ เซลล์มะเร็ง ไม่
สามารถแยกย้ายและรวมตัวกันเป็นอวัยวะได้ แต่จะกลายเป็นก้อนเนื้อที่มีขนาดใหญ่และมีลักษณะ
หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว แม้ชาวบ้านธรรมดา ๆ มองดูก็รู้ว่า เป็นก้อนเนื้องอกมะเร็ง ยิ่งเซลล์
มะเร็ง เผยแพร่กระจายไปในอวัยวะใด ก็จะเหนี่ยวนำให้เซลล์ของอวัยวะนั้น ๆ กลายเป็นพวก
มันไปด้วย ในที่สุดอวัยวะต่าง ๆ จะไม่สามารทำงานในหน้าที่ที่ตัวเองรับผิดชอบได้ เกิดภาวะล่ม
สลายและล้มเหลวในการทำงาน สุดท้ายเจ้าของร่างกายทนไม่ได้ ต้องยอมแพ้และตายไป
ครรภ์ไข่ปลาอุก เกิดจากความผิดปรกติของการปฏิสนธิระหว่างเซลล์สืบพันธุ์ (ไข่&
อสุจิ) โดยปรกติการปฏิสนธิเกิดจากเซลล์สืบพันธุ์ที่สมบูรณ์อย่างละหนึ่งเท่านั้น ครรภ์ไข่ปลาอุก

ภาวะกระดูกหัวเหน่าแยก ( pubic symphysis separation )

วันจันทร์ที่ผ่านมา เป็นวันเกิดของข้าพเจ้า ถึงแม้จะเป็นวันเกิด แต่ข้าพเจ้าก็ไม่ได้ตื่นเต้นหรือดีใจ ตรงกันข้าม กลับต้องตกใจและหดหู่ใจอย่างบอกไม่ถูก เนื่องจากตอนเช้าตรู่ ในขณะที่กำลังผ่าตัดคลอดบุตรให้กับคนไข้สตรีตั้งครรภ์ครบกำหนดรายหนึ่ง ก็ได้รับทราบข่าวอันชวนสลดใจ ถึงการจากไปอย่างกระทันหันของอาจารย์สตรี ซึ่งสนิทสนมกับข้าพเจ้า.....
สำหรับกรณีของคุณสุภาณี ซึ่งเป็นคนไข้สตรีที่ข้าพเจ้าทำการผ่าตัดคลอดให้นั้น เธอเป็นคนไข้ที่น่าสนใจมาก เนื่องจาก เธอมีภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์อย่างหนึ่งที่นานๆจะพบสักครั้ง แต่ก็มีความสำคัญและอันตราย ภาวะแทรกซ้อนที่ว่านั้น คือ กระดูกหัวเหน่าแยกตัว ( pubic bone separation ) เดิมที คุณสุภาณีเป็นคนไข้ของโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยแพทย์แห่งหนึ่ง แต่เนื่องจากเกิดความเข้าใจผิดกันบางประการระหว่างคนไข้กับคุณหมอ คุณสุภาณีจึงเกิดความน้อยใจและขอย้ายโรงพยาบาล เพื่อมาให้ข้าพเจ้าดูแลแทนสูติแพทย์ท่านเดิม
คุณสุภาณี อายุ 26 ปี เคยมีประวัติเป็นลมชัก เมื่อเดือนมีนาคมของปีนี้ เธอได้ไปรักษาภาวะมีบุตรยากกับคุณหมอท่านหนึ่ง เนื่องจากเธอมีอาการปวดประจำเดือนบ่อยๆและได้รับการตรวจพบว่าเป็นถุงน้ำรังไข่ที่เรียกว่า Chocholate cyst การรักษาได้ผลเป็นอย่างดีจนตั้งครรภ์สำเร็จหลังจากรักษาได้เพียงครึ่งปี การตั้งครรภ์ครั้งนี้เป็นครรภ์แรก จึงสร้างความหนักใจให้กับคุณสุภาณีไม่ใช่น้อย เธอเริ่มฝากครรภ์ทันทีที่ทราบว่าตั้งครรภ์
พออายุครรภ์ได้ 12 สัปดาห์ คุณสุภาณีเริ่มมีอาการเจ็บตรงหัวเหน่า คุณหมอที่รับฝากครรภ์ อธิบายว่า น่าจะเป็นจากสาเหตุอะไรได้บ้าง อย่างไรก็ตาม คุณหมอคิดว่า ไม่น่าจะเป็นอะไรมาก คำอธิบายของคุณหมอไม่ได้ผล คนไข้ยังคงสับสนและกังวลเกี่ยวกับภาวะนี้ ยิ่งนานวัน อาการปวดหัวเหน่า ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น นอกจากนั้น ยังสร้างความหนักใจให้กับทุกคนในครอบครัวของคุณสุภาณี

ชีวิตมีค่า

สัปดาห์ที่ผ่านมา ข้าพเจ้าได้ตรวจรักษาคนไข้สตรีรายหนึ่ง น่าสนใจมาก เธอชื่อ อาทิตยา เธอมาโรงพยาบาลตำรวจด้วยเรื่องคลำได้ก้อนเนื้องอกที่ท้องมานานประมาณ 2 ปี ตอนแรก เธอคิดว่า เธออ้วนและมีหน้าท้องยื่นออกมา เธอไม่กล้าไปปรึกษาแพทย์ที่ไหน เนื่องจากเป็นคนโสดและกลัวการตรวจภายใน แต่ต่อมา ก้อนเนื้องอกยังคงโตขึ้น โดยไม่มีทีท่าว่าจะยุบลง สุดท้าย เธอจึงตัดสินใจปรึกษาเรื่องนี้กับเพื่อนๆและพี่ๆที่เป็นผู้หญิง คำตอบที่ได้ คือ ให้ไปหาหมอ
คุณอาทิตยา อายุ 40 ปี โสด หน้าตาดี สุขภาพแข็งแรงมาตลอด เธอไม่เคยเจ็บป่วยจนต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ที่น่าแปลก คือ ระดูของเธอมาตามปกติทุกเดือน โดยไม่เคยขาดหรือมาถี่กว่ากำหนด มาคราวละ 3-4 วัน และใช้ผ้าอนามัยประมาณ 3 – 4 ผืนต่อวัน เมื่อไม่นานมานี้ คุณอาทิตยาเกิดความกลัวว่า จะเป็นมะเร็งของมดลูกหรือรังไข่ เธอจึงมาขอรับการตรวจที่แผนกสูติ-นรีเวชกรรม ของโรงพยาบาลตำรวจ
ความจริง ก่อนหน้านั้น 2-3 วัน มีสูติ-นรีแพทย์ท่านหนึ่งของโรงพยาบาลตำรวจ ได้ตรวจร่างกายของเธอและวินิจฉัยว่า เป็นเนื้องอกมดลูกหรือรังไข่และกำหนดจะผ่าตัดให้ทันทีในวันรุ่งขึ้น เนื่องจากท่านได้ลาออกจากโรงพยาบาลตำรวจแล้วและจะไปปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลอื่นในอาทิตย์ถัดไป เผอิญ ตอนนั้นคุณอาทิตยากำลังมีประจำเดือน จึงรู้สึกไม่เหมาะที่จะรับการผ่าตัด ประกอบกับเธอกลัวว่า จะไม่มีแพทย์ดูแลอย่างต่อเนื่องหลังจากนั้น เธอจึงขอเปลี่ยนแพทย์ โดยข้าพเจ้ารับหน้าที่เป็นผู้ดูแลรักษาแทน

ชีวิตนี้ มีความหมาย (2)

อีก 2 วัน จะเป็นวันขึ้นปีใหม่(“ตรุษจีน”)ของชาวจีน คนจีนทั่วโลกต่างให้ความสำคัญและพากันตื่นเต้นกับวันตรุษจีนนี้มิใช่น้อย หลายคนอยากได้ของขวัญที่เรียกว่า “อั่งเปา” หรือ “เงินขวัญถุง” ซึ่งในปีหนึ่งๆ มีประเพณีแจก “อั่งเปา” ก็เพียงวันปีใหม่จีนนี้ วันเดียว บางคนรอให้ถึงวันตรุษจีน เพียงเพื่อต้องการพบหน้าพ่อแม่พี่น้องที่ห่างหายกันไปนานเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้คนอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่รู้สึกว่า วันตรุษจีนมีความหมาย เขาเหล่านั้น คือ ชาวจีนไต้หวันที่ติดคุกอยู่เมืองไทยที่ข้าพเจ้าไปเยี่ยมในวันนี้นั่นเอง
วันนี้ข้าพเจ้ามีโอกาสเข้าไปในคุกอีกครั้ง หลังจากเคยสัมผัสมาแล้วเมื่อ 2 ปีก่อน กงสุลไต้หวัน ได้ทำหนังสือเรียนเชิญทีมงานแพทย์เดิม คือ ข้าพเจ้าและเจ้าหน้าที่พยาบาล “คุณณัฐชนก รุ่งกิจจิตรไพศาล” ให้ไปตรวจนักโทษไต้หวันที่คุกทั้ง 4 แห่งในกรุงเทพฯ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจสำหรับเขาเหล่านั้น ข้าพเจ้าและคุณณัฐชนกต่างยินดีให้ความร่วมมือ โดยเฉพาะข้าพเจ้า ถือว่า เป็นโอกาสอันหาได้ยากที่จะได้ ทบทวนเรื่องราวต่างๆภายในดินแดนอาถรรพ์นี้ และเก็บตกเรื่องราวอื่นๆที่เคยมองข้าม เพื่อนำไปบอกเล่าเป็นเครื่องเตือนใจผู้ไม่รู้ ให้ดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท อย่าให้หลงก้าวพลาดไปในทางผิด ไม่ว่าจะทิศทางใด
8 นาฬิกาของเช้าวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543 คุณชาญ เจ้าหน้าที่กงสุลไต้หวันที่รับผิดชอบเกี่ยวกับนักโทษ กำลังเดินไปมาบริเวณด้านหน้าตึกอาคารสูติ-นรีเวชกรรม รพ.ตำรวจ ข้าพเจ้าซึ่งเพิ่งเดินกลับจากการรับประทานอาหารเช้า ได้เข้าไปกล่าวทักทายและขอตัวไปทำธุระ ภายในสำนักงานฯ พอกลับออกมาพร้อมกับสูทในชุดสีขาวของแพทย์ ก็พบคุณณัฐชนกเดินมาถึงพอดี
คณะของพวกเรา เดินทางโดยรถตู้มาถึงคุกบางขวางเป็นสถานที่แรกเมื่อเวลาประมาณ 9 นาฬิกา แม้ค่อนข้างจะเช้า แต่เจ้าหน้าที่เรือนจำได้นำนักโทษไต้หวันจากแดนต่างๆ จำนวน 18 นายมารออยู่ก่อนแล้ว

Syndicate content