try another color:
try another fontsize: 60% 70% 80% 90%
Dr.Seri's Clinic คลินิกหมอเสรี

ยินดีต้อนรับ... เข้าสู่งานเขียน ของ พ.ต.อ. นพ.เสรี ธีรพงษ์

งานเขียนที่ปรากฏใน www.drseri.com นี้ เป็นบทความ บทกวี ของคอลัมน์ต่างๆในนิตยสารหลายฉบับที่ข้าพเจ้าเขียนให้ช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา งานเขียนที่มากมายเหล่านี้อาจจะปรากฏมาก่อนในนิตยสารและหนังสือต่างๆของ ข้าพเจ้า แต่ข้าพเจ้าคิดว่า เรื่องราว บทกวีดังกล่าวน่าจะนำมาเผยแพร่ทางเครือข่ายอินเตอร์เนต เพราะหลายท่านยังไม่เคยได้สัมผัส

"หมอ"

"หมอ"

ครั้งนั้น ฉันยัง เยาว์วัย ชีวิต จิตใจ สุขสันต์
คราใด เจ็บป่วย ขึ้นพลัน หมอนั้น รักษา ทันที
เจ็บป่วย มากน้อย เพียงใด หมอได้ ดูแล ถ้วนถี่
ความรู้ มากมาย หมอมี พอที่ ช่วยเหลือ ประชาชน
คิดหวัง ตั้งแต่ ครั้งนั้น ใฝ่ฝัน หลายครั้ง หลายหน
โตขึ้น เป็นหมอ อดทน ช่วยคน เจ็บป่วย ปลอดภัย
จะต้อง เป็นหมอ เก่งกาจ สามารถ บรรเทา ทุกข์ไข้
รอบรู้ โรคร้าย ทั่วไป เร็วไว ขจัดได้ ทุกครา

บัดนี้ ความฝัน เป็นจริง ทุกสิ่ง เรียนรู้ รักษา
โรคภัย ไข้เจ็บ นานา วิชา ทั้งมวล รู้ครบ
คิดว่า เป็นหมอ เก่งกาจ สามารถ รอบรู้ เรียนจบ
เจ็บป่วย ทุกโรค ค้นพบ ประสบ สำเร็จ แท้จริง
แต่ครั้น เวลา ผ่านเลย ที่เคย คิดเอา เขลายิ่ง
โรคใหม่ ยาเก่า ต้องทิ้ง ทุกสิ่ง เปลี่ยนแปลง ตลอดมา
รู้แล้ว "หยุดเรียน" เลิกคิด ชีวิต คือการ ศึกษา
ปฏิบัติ ทบทวน ค้นคว้า ช่วยพา ชีวา ก้าวหน้าเอย

แพทย์หญิง อรวรรณ แสงสุวรรณ

••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••
การศึกษาเปรียบเหมือนกับ การพายเรือทวนกระแสน้ำ
หากไม่มุ่งไปข้างหน้า ก็ย่อมจะถอยหลัง
••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

คนไข้ & แพทย์ : เพื่อนผู้หวังดี
"ระยะทางระหว่างคนสองคน จะสั้นที่สุดด้วยเสียงหัวเราะ"

"เมื่อความผิดหวัง ผ่านเข้ามา จงอย่าเสียใจ
สร้างความหวังใหม่ ท้อทำไม ชีวิตยังไม่สิ้น
..................................

"ความใฝ่ฝัน" และ "ความสำเร็จ"

"ความใฝ่ฝัน"

มีคนเคยบอกว่า "ข้าพเจ้าเป็นคนเพ้อฝัน" ข้าพเจ้าได้แต่ยิ้มไม่ตอบรับ หรือปฏิเสธ
ข้าพเจ้ารู้อยู่แก่ใจตนเองว่า ข้าพเจ้าเป็นคนเช่นไร และไม่ยอมให้ใครมาพิพากษาว่า จะเป็น
อย่างนั้นหรือเป็นอย่างนี้ ข้าพเจ้ายอมรับอย่างเดียวว่า "ข้าพเจ้าเป็นคนใฝ่ฝัน"
"ความใฝ่ฝัน" ย่อมมีในทุกคนและความหมายแตกต่างจาก "ความเพ้อฝัน" เหมือนกับ
อยู่คนละโลกเลย โลกแห่งความใฝ่ฝัน เป็นโลกที่แท้จริง ส่วนโลกแห่งความเพ้อฝัน เป็นโลกที่
ไม่อาจเป็นจริงได้
ความใฝ่ฝันประการหนึ่งของข้าพเจ้า คือ การเขียนหนังสือเพื่อให้ความหมาย ของ
คำว่า "ความใฝ่ฝัน" และ คำว่า "ความสำเร็จ" บางครั้งคำสองคำนี้ก็สามารถเขียนควบคู่กัน
ไปได้ เพราะมี "ความใฝ่ฝัน" จึงก่อให้เกิด "ความสำเร็จ"
"ความสำเร็จ" ของทุกสรรพสิ่งที่มนุษย์ประสบ ย่อมเกิดได้ ด้วยอาศัย "ภูมิปัญญา"
อัลเบิร์ต ไอสไตน์ กล่าวว่า "ปัญญา" ของมนุษย์เกิดขึ้นมาได้ 2 ทาง
ทางหนึ่ง เกิดจาก การเรียนรู้จากภายนอก เช่น การอ่านหนังสือ,การท่องเที่ยว
หาประสบการณ์
อีกทางหนึ่ง เกิดจาก การเรียนรู้จากภายใน เขาเรียกสิ่งนี้ว่า "น้ำพุแห่งปัญญา"
"น้ำพุแห่งปัญญา" นั้น ไม่มีวันเหือดแห้ง ยิ่งใช้ดื่ม,ใช้กิน,ลิ้มรส ยิ่งรู้สึก
ว่า "น้ำพุแห่งปัญญา" ยิ่งมากขึ้น
"น้ำพุแห่งปัญญา" พวยพุ่งขึ้นมาเมื่อเวลาเกิด "สมาธิ" จิตใจที่เป็น "สมาธิ" จะ
เกิดได้ก็เฉพาะแต่ ในคนที่ทำความดีรักษาศีลธรรม เท่านั้น
"ปัญญา" เปรียบประดุจ "อาวุธ" ยิ่งใช้ ยิ่งเฉียบคม คมยิ่งกว่าศาตราวุธใด ๆ
ในโลกนี้ "ปัญญา" ใช้สร้างสรรค์ ก็เกิดคุณอนันต์ ใช้ทำลายก็เกิดโทษมหันต์ ใช้ปกป้องก็ช่วยให้
รอดพ้นปลอดภัย มีชีวิตอยู่ในโลกนี้ได้อย่างมีคุณภาพ คนที่รู้จักคิด รู้จักใคร่ครวญ ด้วย "ปัญญา"
ความคิดนั้นจะรวมกัน สร้างสรรค์สานฝันให้เกิดเป็น ความจริงที่ยิ่งใหญ่ได้ในที่สุด

ครรภ์พิษ (4)

ไม่กี่วันที่ผ่านมา ได้เกิดเรื่องวุ่นวายเรื่องหนึ่งขึ้นในแผนกสูติ ของโรงพยาบาลตำรวจ แต่..ด้านหนึ่ง ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี เนื่องจากมีการรอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์ของคนท้องรายหนึ่งพร้อมกับลูกน้อย ซึ่ง..นับเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์มาก ถ้าไม่ใช่เพราะบุญเก่าของบุคคลทั้งสอง ก็ไม่รู้ว่า จะเรียกว่า อะไร!! คนท้องรายนี้อายุ 31 ปี มีอายุครรภ์ใกล้ครบกำหนด คือ 36 สัปดาห์เศษ เธอปวดศีรษะมากและมาที่ห้องฉุกเฉินเมื่อเวลา 5 นาฬิกา ทันทีที่คนไข้ถูกส่งมาถึงห้องคลอด เธอก็หยุดหายใจ พยาบาลและแพทย์ต่างวิ่งวุ่นช่วยเหลือโดยใส่ท่อหายใจ และส่งไปที่ห้องผ่าตัดอย่างฉุกเฉิน พร้อมทั้งโทรศัพท์แจ้งกับศัลยแพทย์ระบบประสาทว่า ‘คนไข้!! สงสัยมีเส้นเลือดในสมองแตก??’ เมื่อคนไข้ได้รับการผ่าตัดคลอดแล้ว ก็ถูกส่งต่อไปยังห้องผ่าตัดศัลยกรรม เธอได้รับการผ่าตัดสมองทันทีภายหลังจากเข้ารับการตรวจด้วยคอมพิวเตอร์เอกซเรย์ (CT scan) บุตรของเธอเป็นเพศชาย น้ำหนัก 3,070 กรัม แข็งแรงดี และได้กลับบ้านในเวลาต่อมา ส่วนคุณแม่ก็ดีวันดีคืนตามลำดับ ขณะนี้ คนไข้สามารถรับรู้คำพูดได้ดี แต่ปฏิกิริยาตอบสนองยังเชื่องช้า คาดว่า คงไม่นาน เธอก็จะกลับเป็นปรกติ

ท้องทีไร แท้งทุกที (RECURRENT ABORTION)

ท้องทีไร แท้งทุกที (RECURRENT ABORTION)

การสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของครอบครัว คือ การสูญเสีย ลูก แม้ว่าจะยังไม่ได้กำเนิด
ออกมาก็ตาม การสูญเสียทารกในครรภ์ ขณะอายุครรภ์น้อยกว่า 20 สัปดาห์ เรียกว่า การแท้ง
บุตร (ABORTION)
โดยทั่วไป การแท้งบุตรเองตามธรรมชาติ (SPONTANEOUS ABORTION) พบ
ประมาณร้อยละ 15 ส่วนใหญ่เกิดขึ้นภายใน 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ และมักจะเป็นสาเหตุ
จากตัวทารกเอง (FETAL FACTOR) ที่มีโครโมโซมผิดปกติ (พบถึงร้อยละ 50-60 ของการแท้ง
ทั้งหมด) ดังนั้น จึงเป็นที่เข้าใจกันโดยทั่วไปว่า ไม่จำเป็นต้องหาสาเหตุ เพียงแต่อธิบายให้คนไข้
รู้ว่า ไม่ควรจะเสียใจมากเกินไป เพราะหากได้ทารกที่พิการคลอดออกมา จะทำให้ต้องเป็นภาระ
และทุกข์ใจมากยิ่งขึ้นอีก นอกจากนั้น การตั้งครรภ์ครั้งต่อไปจะไม่เกี่ยวกับการแท้งบุตรครั้งนี้
หมายความว่า ส่วนใหญ่การตั้งครรภ์ครั้งใหม่ที่เกิดขึ้นมักจะปรกติ
สำหรับในกรณีที่มีการแท้งบุตรติดต่อกันหลายครั้ง (REPEATED ABORTION) โดย
เฉพาะอย่างยิ่งมากกว่า 3 ครั้งขึ้นไป (RECURRENT ABORTION) ควรจะได้หาสาเหตุทุกราย
เพื่อหาทางไม่ให้เกิดการแท้งซ้ำอีก ซึ่งส่วนใหญ่สามารถแก้ไขได้ และประสบผลสำเร็จค่อนข้างดี
ได้ทารกที่ปกติออกมา
KNUDSEN และคณะ ได้ทำการศึกษาการตั้งครรภ์จำนวน 300,500 ครั้ง พบว่า มี
อัตราการแท้งโดยเฉลี่ยร้อยละ 11 เมื่อมีการแท้งซ้ำเกิดเพิ่มขึ้นหนึ่งครั้ง โอกาสที่จะแท้งครั้ง
ต่อไปจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณร้อยละ 10 โดยมีอัตราการแท้งเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 16,25,45 และ
54 ตามลำดับภายหลังจากมีการแท้งซ้ำ (REPEATED ABORTION) เกิดขึ้น 1,2,3 และ 4 ครั้ง
ติดต่อกัน
เทคโนโลยี่สมัยใหม่ช่วยเหลือในการควบคุมดูแลการตั้งครรภ์ได้มากทีเดียว SIMPSON
พบว่า อุบัติการของการแท้งบุตรภายหลังจากใช้อัลตราซาวน์วินิจฉัยว่า ทารกมีชีวิตขณะอยู่ครรภ์
8-12 สัปดาห์ มีเพียงร้อยละ 3.2 เท่านั้น นั่นหมายถึงว่า ทารกที่ โครโมโซม ผิดปกติส่วนใหญ่
จะแท้งออกมาก่อนอายุครรภ์ 8 สัปดาห์

Syndicate content